header คนประกันภัย
หน้าแรกสินค้าและบริการข่าวสารข้อมูลสาระความรู้ติดต่อเรา
"คนประกันภัย" เราเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และรับทำประกันภัยทุกประเภทอย่างครบวงจร นึกถึงการวางแผนทางการเงินและชีวิต นึกถึงเรา"คนประกันภัย" โทร. 094-5426619 Email: konpakanpai@gmail.com Website: www.konpakanpai.com
         
การวางแผนทางการเงิน
การวางแผนทางการเงิน
การจัดการงบการเงิน
การวางแผนรายได้
การวางแผนรายจ่าย
การวางแผนการเก็บออม
การวางแผนสภาพคล่อง
การวางแผนสินเชื่อ
การวางแผนประกันภัย
การวางแผนการศึกษาบุตร
การวางแผนเกษียณอายุ
การวางแผนภาษี
การวางแผนการลงทุน
การวางแผนมรดก
 
ประกันชีวิต
ประกันชีวิตคืออะไร
ประเภทของประกัยชีวิต
ทำไมต้องทำประกันชีวิต
ประโยชน์ของการประกันชีวิต
ความคุ้มครองที่ได้รับ
ความต้องการในแต่ละช่วงอายุ
แนวทางการเลือกซื้อประกันชีวิต
ขั้นตอนการทำประกันชีวิต
โครงการคุ้มครองรายได้และกองทุนมรดก
กองทุนเพื่อการศึกษา
กองทุนเกษียณอายุ
ประกันชีวิตเพื่อการลดหย่อนภาษี
ประกันชีวิตเพื่อการลงทุน
 
ประกันชีวิต
ประกันสุขภาพคืออะไร
แนวทางการเลือกซื้อประกันชีวิต
ประกันคุ้มครองสุขภาพ
ประกันชดเชยค่ารักษาพยาบาล
ประกันชดเชยรายได้
ประกันคุ้มครองโรคร้ายแรง
ประกันคุ้มครองอุบัติเหตุ
ประกันคุ้มครอง All In One
ประกันคุ้มครองโรคร้ายแรงพิเศษ
ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA)
ตัวอย่างอัตราค่าห้องโรงพยาบาล
 
ประกันชีวิต
ประกันวินาศภัยคืออะไร
ประเภทของประกันวินาศภัย
ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง
ประกันภัยที่อยู่อาศัย
ประกันภัยรถยนต์
ประกันภัยเบ็ดเตล็ด
 
การเงินและการลงทุน
สินทรัพย์ทางการเงินและการลงทุน
เงินฝากธนาคาร
กองทุนรวม
กองทุนรวม LTF RMF
ตราสารหนี้
ตราสารทุน
ตราสารอนุพันธ์
สินทรัพย์ทางเลือก
 
บริการอื่นๆ
ตารางมรณะไทยพื้นฐาน ปี 2560
บริการโอนย้าย และต่อทะเบียน
รายชื่อโรงพยาบาลคู่สัญญา บรืษัทประกันชีวิตและบรืษัทประกันวินาศภัย
ดาวน์โหลด โบรชัวร์ต่างๆ
 
 
เงินฝากธนาคาร
 
เงินฝากธนาคาร

          การฝากเงิน ถือเป็นการบริหารเงินสดที่ดีวิธีหนึ่ง ที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุด เงินฝากออมทรัพย์หรือแทบจะไม่มีความเสี่ยงเลย อีกทั้งยังมีสภาพคล่องสูงที่สุดด้วย ถึงแม้ว่าการฝากแบบประจำจะมีข้อกำหนดในเรื่องของระยะเวลาในการฝาก แต่หากเรามีความต้องการใช้จริงๆ เราก็ยังสามารถถอนออกมาใช้ได้ เพียงแต่จะไม่ได้รับดอกเบี้ยตามที่ตกลงไว้ หรืออาจต้องเสียค่าปรับให้กับธนาคารเท่านั้น แต่เนื่องจากการฝากเงินนั้นมีความเสี่ยงที่ต่ำ และยังมีสภาพคล่องที่สูงด้วยนั้น จึงทำให้เผลตอบแทนจากการฝากธนาคารนั้นค่อยข้างต่ำมากๆ ดังนั้นการบริหารเงินสด ด้วยวิธีการฝากธนาคารนั้นจึงต้องมีการวางแผนที่ดี เพื่อให้ได้รับผลประโยชน์ที่สูงที่สุด

          การฝากเงินในปัจจุบันนั้นมีหลากหลายรูปแบบ มีทั้งระยะสั้น ระยะยาว อีกทั้งสถาบันการเงินแต่ละแห่ง ยังมีความแตกต่างกันทั้งในเรื่องของรูปแบบการฝากเงิน ระยะเวลาในการฝากเงิน และอัตราดอกเบี้ย รวมถึงมีบริการเสริมและสิทธิประโยชน์อื่นๆ เข้าไปในบัญชีแต่ละรูปแบบด้วย เช่น บัญชีเงินฝากที่มีประกันชีวิต หรือประกันอุบัติเหตุต่างๆ ดังนั้นก่อนอื่นควรที่จะรู้จักกับบัญชีประเภทต่างๆ เพื่อที่จะได้เลือกบริหารเงินสดของเราให้ตรงกับวัตถุประสงค์มากที่สุด

ประเภทของบัญชีเงินฝาก

          บัญชีเงินฝากสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ คือ เงินฝากออมทรัพย์ เงินฝากประจำ และเงินฝากกระแสรายวัน ซึ่งสถาบันการเงินแต่ละแห่ง อาจจะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันแต่โดยปกติจะมีลักษณะพื้นฐานดังนี้​

บัญชีเงินฝากออมทรัพย์

          เป็นเงินฝากที่เราทุกคนคุ้นเคยกันดี เพราะใช้กันอยู่เป็นประจำ โดยธนาคารจะออกสมุดคู่ฝากให้ เพื่อใช้บันทึกรายการฝาก ถอน หรือโอน แต่ในปัจจุบันธนาคารมักจะมีการออกบัตร ATM หรือบัตรเดบิตให้กับผู้ฝากด้วย เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการฝาก ถอน หรือโอน รวมถึงการชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ ATM

          บัญชีนี้เราใช้เพื่อรองรับในการใช้จ่ายประจำวัน จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการออมเงิน หรือพักเงินในระยะสั้นๆ มีสภาพคล่องเผื่อไว้ กรณีต้องทยอยถอนเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายรายเดือน ที่ใช้ทำรายการผ่านบัญชีธนาคาร เช่น รับโอนเงินเดือนและชำระค่าสาธารณูปโภค

          ดังนั้นบัญชีแบบออมทรัพย์จึงเหมาะสำหรับบุคคลทั่วไป เนื่องจากไม่มีการกำหนดยอดเงินฝากขั้นต่ำ หรือกำหนดไว้ต่ำมาก รวมทั้งไม่มีกำหนดระยะเวลาในการรับฝาก เป็นบัญชีที่มีความคล่องตัวในการเบิกถอน ในส่วนของอัตราดอกเบี้ย ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยเป็นรายวัน แต่จะสะสมยอดไว้และจ่ายให้กับผู้ฝาก ปีละ 2 ครั้ง โดยจ่ายตอนสิ้นเดือนมิถุนายน และสิ้นเดือนธันวาคมของทุกปี สำหรับบุคคลธรรมดาที่ได้รับดอกเบี้ยจากเงินฝากประเภทนี้เกิน 20,000 บาทต่อปี จะต้องเสียภาษีดอกเบี้ยที่ได้รับในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี

บัญชีเงินฝากประจำ

          เป็นบัญชีที่มีกำหนดระยะเวลาการฝากถอนที่แน่นอน เช่น 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี และอาจมีการกำหนดจำนวนเงินฝากขั้นต่ำในแต่ละงวดด้วน แต่จะมีการจูงใจด้วยอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าการฝากแบบออมทรัพย์ธรรมดา เพราะเงินฝากประเภทนี้ เป็นเงินฝากที่มีระยะเวลานาน ทำให้ธนาคารสามารถนำเงินส่วนนี้ไปสร้างผลตอบแทน หรือลงทุนได้ตามระยะเวลาการรับฝาก โดยไม่ต้องสำรองไว้เหมือนบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ เนื่องจากหากผู้ฝากต้องการได้รับดอกเบี้ยตามเงื่อนไข จะต้องไม่ถอนเงินออกจากบัญชีนี้ก่อนกำหนด ซึ่งการฝากแบบฝากประจำนี้ โดยทั่วไปมีลักษณะการฝากอยู่สองแบบคือ ฝากทั้งจำนวนจนครบระยะเวลา และทยอยฝากจำนวนเท่าๆกันจนครบระยะเวลา ซึ่งการคิดดอกเบี้ยของสองแบบนี้จะแตกต่างกัน

เงินฝากกระแสรายวัน          ธนาคารบางแห่งจะกำหนดให้ผู้ฝากเงินในบัญชีเงินฝากประจำ เปิดบัญชีออมทรัพย์ด้วย เพื่อที่ธนาคารจะโอนดอกเบี้ยเข้าไปในบัญชีออมทรัพย์อัตโนมัติ เมื่อครบกำหนดการจ่ายดอกเบี้ย หรืออาจโอนเงินต้นเข้าไปด้วยเมื่อครบกำหนดระยะเวลา

          บัญชีประเภทนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีเงิน​ แต่ยังไม่ต้องการใช้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง หรือต้องการออมเงินระยะยาว และหวังผลตอบแทนในรูปแบบอัตราดอกเบี้ย ที่สูงกว่าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์

บัญชีเงินฝากกระแสรายวัน

          เป็นที่ถือว่าเป็นตัวช่วยในการบริหารจัดการเงินในทางธุรกิจ หรือการค้า เพราะมีความคล่องตัวสูง สามารถเบิกถอนหรือโอนให้แก่บุคคลอื่นได้โดยการสั่งจ่ายเช็ค จึงเหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการความสะดวก และช่วยลดปริมาณเงินสดที่บริษัทหรือร้านค้าต้องเก็บไว้ เพื่อใช้ชำระเงินค่าสินค้าและบริการต่าง ๆ นอกจากนั้นยังสามารถขอใช้วงเงินเบิกเกินบัญชี หรือที่เรียกว่าเงิน O/D ได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องในกรณีเงินขาดบัญชี และยังช่วยลดปัญหาเช็คเด้งได้ โดยต้องเสียดอกเบี้ยเฉพาะเงินส่วนที่เบิกเกินบัญชี ตามระยะเวลาที่เบิกเกินบัญชี

          บัญชีแบบกระแสรายวันนี้ โดยทั่วไปธนาคารจะไม่ให้ดอกเบี้ย เพราะถือว่าบัญชีนี้ให้ประโยชน์ทางอ้อมที่ไม่เป็นตัวเงินกับผู้ฝากแล้ว และบัญชีประเภทนี้จะไม่มีสมุดคู่ฝาก แต่ธนาคารจะจัดส่งสเตทเมนท์ เพื่อแจ้งยอดเคลื่อนไหวของบัญชีให้ทราบ

          นอกจากบัญชีเงินฝากแบบพื้นฐานทั่วไปแล้ว ยังมีเงินฝากแบบพิเศษอีก 2 ประเภท ที่เป็นบัญชีที่ช่วยอำนวยความสะดวก และสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมจากบัญชีปกติทั่วไป คือ

บัญชีเงินฝากสกุลเงินตราต่างประเทศ

          เป็นบัญชีเงินฝากที่เหมาะกับผู้ที่มีรายรับหรือมีภาระค่าใช้จ่ายที่เป็นเงินตราต่างประเทศ สามารถใช้เงินในบัญชีมาทำธุรกรรมทางการเงินได้เลยโดยไม่ต้องแลกเปลี่ยนเงินบ่อย ๆ สามารถเปิดได้ในทุกประเภทบัญชี ไม่ว่าจะเป็น สะสมทรัพย์ ประจำหรือกระแสรายวัน ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลัก คือ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย ในการแลกเปลี่ยนเงินตราสำหรับลูกค้า บัญชีเงินตราต่างประเทศที่อาจต้องโอนเงินตราต่างประเทศไปให้บุคคลอื่น และเพื่อบริหารความเสี่ยง ในการทำธุรกรรมกับต่างประเทศ โดยในการทำธุรกรรมต่างๆ เกี่ยวกับบัญชีเงินฝากสกุลเงินตราต่างประเทศนั้น จะต้องดำเนินการที่สาขาที่เปิดบัญชีไว้เท่านั้น

          บัญชีเงินฝากสกุลเงินตราต่างประเทศนั้นจะต่างจากบัญชีเงินฝากธรรมดา ตรงที่จะมีค่าธรรมเนียมในการฝากและถอน เช่น บัญชีเงินฝากที่เป็นสกุลเงินตราต่างประเทศ ที่มีแหล่งที่มาจากในประเทศ จะมีค่าธรรมเนียมในการฝากถอน 1% ของจำนวนเงินที่ฝากถอน ขั้นต่ำ 500 - 1,000 บาท เป็นต้น นอกจากนี้บัญชีเงินฝากสกุลเงินตราต่างประเทศ จะไม่ได้รับการคุ้มครองเงินต้นและดอกเบี้ย จากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก

บัญชีเงินฝากปลอดภาษี

          เป็นเงินฝากประจำที่ช่วยในเรื่องของระเบียบวินัยในการออม เพราะต้องฝากทุกเดือน เดือนละเท่าๆ กัน ตามระยะเวลาที่ทางธนาคารกำหนด เช่น 24 เดือน 36 เดือน 48 เดือน และ 60 เดือน เช่น เดือนแรกฝาก 1,000 บาท เดือนต่อๆไปก็ต้องฝาก 1,000 บาท จนครบระยะเวลาตามที่กำหนด ดังนั้น ผู้ที่ต้องการเปิดบัญชีเงินฝากประเภทนี้ควรมีรายได้ประจำ และสามารถนำเงินเข้าบัญชีได้อย่างสม่ำเสมอ  ซึ่งจะเป็นการทำให้รู้จักวางแผน และจัดสัดส่วนในการออมและการใช้จ่ายได้อย่างสม่ำเสมอ  เงินฝากปลอดภาษีหากฝากครบกำหนดจะได้รับเป็นเงินก้อน พร้อมดอกเบี้ยที่สูงกว่าเงินฝากทั่วไป และยังได้รับยกเว้นการเสียภาษีเงินฝาก จากปกติที่จะต้องถูกหักภาษีร้อยละ 15 อีกด้วย จึงถือได้ว่าเป็นการเริ่มต้นการลงทุนที่ง่ายและปลอดภัยที่สุด

เงื่อนไขของบัญชีเงินฝากปลอดภาษี

  1. ต้องฝากทุกเดือน เดือนละเท่า ๆ กัน เพราะถ้าขาดฝากเกินกว่าจำนวนครั้งที่กำหนด ซึ่งส่วนใหญ่จะกำหนดไว้ไม่เกิน 2 ครั้ง ก็จะไม่ได้รับดอกเบี้ยตามที่ธนาคารประกาศ หรือได้รับเท่ากับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ หรืออาจต้องเสียภาษี 15% ของดอกเบี้ยที่ได้รับ ซึ่งเงื่อนไขของแต่ละธนาคารจะแตกต่างกัน 
  2. ต้องมีระยะเวลาในการฝากแบบประจำตั้งแต่ 24 เดือนขึ้นไป
  3. เงินฝากขั้นต่ำต่อเดือนส่วนใหญ่เริ่มต้น 1,000 บาท และต้องไม่เกิน 25,000 บาท สำหรับเงินฝากประจำ 24 เดือน
  4. ยอดเงินฝากรวมทั้งหมด ต้องไม่เกิน 600,000 บาท
  5. แต่ละคนสามารถเปิดบัญชีได้เพียง 1 บัญชีเท่านั้น และเปิดได้เพียง 1 ธนาคารเท่านั้น
  6. เงินฝากประเภทปลอดภาษีสามารถถอนได้ แต่ถ้ามีการถอน/ปิดบัญชี ก่อนครบกำหนด อัตราดอกเบี้ยที่จะได้รับจะเท่ากับเงินฝากออมทรัพย์ ที่มีการหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 15 ด้วย

          นอกจากบัญชีเงินฝากพื้นฐาน และบัญชีเงินฝากแบบพิเศษแล้ว ยังมีการออมทรัพย์อีก 2 ประเภท ที่ทางกฎหมายไม่ถือว่าเป็นเงินฝาก คือ

ตั๋วแลกเงิน

         ตั๋วแลกเงิน ตามกฎหมายไม่ถือว่าเป็นเงินฝากของธนาคาร เป็นการฝากเงินในรูปแบบที่เรามีฐานะเป็นเจ้าหนี้ธนาคาร โดยเราซื้อตั๋วแลกเงินของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งโดยปกติจะออกมาเพื่อระดมเงินฝากจากประชาชนเป็นการทั่วไป หรือจากนักลงทุนสถาบันหรือจากผู้ลงทุนรายใหญ่ ทั้งนี้โดยปกติ ผู้ฝากจะต้องทำการเปิดบัญชีออมทรัพย์คู่ไปด้วยเพื่อรับโอนเงินต้น และดอกเบี้ยจากบัญชีตั๋วแลกเงินเมื่อถึงวันครบกำหนด ในการจ่ายดอกเบี้ยมีทั้งแบบตามกำหนดระยะเวลา และแบบรายเดือน หรือตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด  และการฝากเงินแบบนี้จะไม่ได้รับการคุ้มครอง จากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ดังนั้นธนาคารจึงไม่ต้องจ่ายค่าประกันคุ้มครองเงินฝาก ทำให้ต้นทุนของธนาคารต่ำลง จึงทำให้ดอกเบี้ยที่ผู้ฝากเงินได้รับจะสูงกว่าเงินฝากประจำ

สลากออมทรัพย์
          เป็นการออมทรัพย์อีกรูปแบบหนึ่งที่ค่อนข้างเป็นที่นิยมสลากออมทรัพย์ เพราะนอกจากจะได้รับดอกเบี้ยตามอัตราที่กำหนดแล้ว ยังมีสิทธิลุ้นรางวัลต่างๆ ตามที่ธนาคารกำหนดทุกเดือน จนกว่าจะครบกำหนดอายุของสลาก โดยผู้ฝากมีสิทธิในการรับเงินต้น และดอกเบี้ยคืนเมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งโดยปกติจะมีระยะเวลาประมาณ 3 - 5 ปี ทั้งนี้โดยปกติการฝากเงินประเภทนี้ จะมีให้บริการที่ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรเท่านั้น

          การเลือกฝากเงินในบัญชีเงินฝากที่ถูกประเภทนั้น จะช่วยให้เราได้รับประโยชน์จากการฝากเงินได้อย่างเต็มที่ เช่น ต้องการฝากเงินไว้เพื่อใช้จ่ายประจำเดือน ก็เลือกบัญชีออมทรัพย์ ซึ่งมีสภาพคล่องที่สุด และถ้าเรามีเงินก้อนแล้วอยากออมเงินในระยะเวลาที่แน่นอน เราก็อาจเลือกฝากประจำแบบมีระยะเวลา หรือหากไม่มีเงินก้อน ก็เลือกเงินฝากประจำแบบรายเดือน เป็นต้น

สิ่งที่ควรทราบก่อนฝากเงิน
  1. อัตราดอกเบี้ยและผลตอบแทนที่แท้จริง
               ในการเลือกเปิดบัญชีเงินฝากไม่ว่าจะเป็นประเภทใด สิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาและเปรียบเทียบคือดอกเบี้ย และผลตอบแทนที่จะได้รับ ซึ่งสถาบันการเงินต้องเปิดเผยเงื่อนไขการจ่ายดอกเบี้ยให้เราทราบ เช่น วิธีการคำนวณดอกเบี้ย ความถี่ในการจ่าย จำนวนวันต่อปีที่ใช้ในการคิดดอกเบี้ย ซึ่งต้องปิดประกาศไว้ในที่เปิดเผย ณ ที่ทำการทุกแห่ง และเผยแพร่ในเว็บไซต์ด้วย และอย่าลืมสังเกตวันที่อัตราดอกเบี้ยมีผลบังคับใช้ด้วย

  2. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
               ก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะเลือกฝากเงินในบัญชีประเภทใด หรือธนาคารใด นอกจากผู้ฝากเงินต้องเปรียบเทียบ อัตราดอกเบี้ยของประเภทบัญชีแต่ละประเภท และแต่ละธนาคารแล้ว ก็ต้องคำนึงถึงภาษีหัก ณ ที่จ่าย ด้วย เพราะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผลตอบแทนที่แท้จริงที่เราจะได้รับลดลงไป ตัวอย่าง บัญชีเงินฝากที่มีภาษีหัก ณ ที่จ่าย คือ บัญชีเงินฝากประจำ ซึ่งเมื่อเราได้รับดอกเบี้ยเราก็จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ของดอกเบี้ยรับ

              นอกจากนี้หลายๆคนอาจเข้าใจว่า ดอกเบี้ยที่ได้รับจากบัญชีเงินฝากออมทรัพย์นั้น ต้องเสียภาษีทั้งจำนวน ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง เราจะเสียภาษีเงินได้ (บุคคลธรรมดา) เฉพาะกรณีที่เราได้รับดอกเบี้ยจากเงินฝากออมทรัพย์ รวมกันทุกบัญชีรวมกันเกิน 20,000 บาทในปีภาษีนั้น เราจึงจะถูกธนาคารหักภาษี ณ ที่จ่ายที่ 15%

  3. ค่าธรรมเนียมและเบี้ยปรับ
               การฝากเงินและทำธุรกรรมผ่านบัญชีเงินฝาก อาจมีค่าธรรมเนียม ทั้งค่าธรรมเนียมปกติหรือเบี้ยปรับ หากคุณไม่ทำตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่น

    • ค่าธรรมเนียมการรักษาบัญชีเงินฝาก จะถูกเรียกเก็บโดยหักเงินออกจากบัญชี หากจำนวนเงินในบัญชีมียอดต่ำกว่าเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด ซึ่งก่อนที่จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมประเภทนี้ ธนาคารจะมีหนังสือแจ้งเตือนให้ทราบล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 30 วัน ซึ่งจะแจ้งยอดเงินคงเหลือ เงื่อนไข และอัตราค่าธรรมเนียมที่จะเรียกเก็บ ซึ่งเราจะมีเวลาในการจัดการกับบัญชีของตัวเอง โดยอาจปิดบัญชี หรือนำเงินไปฝากเพิ่มเพื่อให้บัญชีเคลื่อนไหว หรือมีเงินอยู่ในบัญชีตามเกณฑ์ขั้นต่ำที่ธนาคารกำหนด
    • ค่าธรรมเนียมบัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเดบิต เช่น ค่าทำบัตรใหม่ ค่าบริการรายปี รวมทั้งค่าธรรมเนียมการทำรายการผ่านตู้เอทีเอ็ม ไม่ว่าจะเป็นการถอนหรือโอนข้ามเขต ต่างธนาคาร ต่างประเทศ รวมทั้งค่าธรรมเนียมที่อาจเกิดขึ้น หากถอนเกินกว่าจำนวนครั้งที่กำหนด
    • ค่าธรรมเนียมและเบี้ยปรับอื่น ๆ เช่น การรับฝากเหรียญ การโอนเงินอัตโนมัติ การขอ statement ย้อนหลัง การขอตรวจสอบความถูกต้องของบัญชีเงินฝาก ที่เกิดจากการทำรายการผ่านตู้เอทีเอ็ม การปิดบัญชีหรือถอนก่อนครบกำหนด และอื่น ๆ
  4. เงื่อนไขการคุ้มครองเงินฝาก
               ​หากเราออมเงินในรูปของบัญชีเงินฝาก บัตรเงินฝาก และใบรับฝากเงินที่เป็นเงินบาท และฝากไว้กับธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ เงินในบัญชีจะได้รับความคุ้มครองจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก โดยจำนวนเงินฝาก (รวมดอกเบี้ย) จะได้รับการคุ้มครองตามเกณฑ์ที่กำหนดดังนี้

วงเงินคุ้มครองเงินฝาก
 
 
google
facebook
 
QR Code Line konpakanpai
line_addfriends_konpakanpai
 
รับสมัครตัวแทนประกันชีวิต เอไอเอ
รับสมัครตัวแทนประกันวินาศภัย ศรีกรุงโบรคเกอร์
ประกันรถยนต์กับศรีกรุงโบรคเกอร์
724 Insure
 
ยินดีให้คำปรึกษากรมธรรม์ประกันชีวิต
 
 
 
 
 
line
ผู้เอาประกันควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครอง และเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัย ผลประโยชน์ เงื่อนไข ความคุ้มครองโดยละเอียดให้เป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
line
คนประกัน รับทำประกันภัยทุกชนิด
line
หน้าแรก  |  ผลิตภัณฑ์  |  ข่าวสารข้อมูล |  สาระความรู้ | ติดต่อเรา   
line
เว็บไซต์นี้มิใช่เว็บไซต์ของ บริษัท เอไอเอ จำกัด แต่เป็นเว็ปไซต์์ตัวแทนประกันชีวิตของเอไอเอ (ตัวแทนประกันชีวิต) บริษัท เอไอเอ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ต่อเว็บไซต์นี้
บริษัท เอไอเอ จึงไม่ต้องรับรอง และไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้นทั้งทางแพ่งและทางอาญาจากการใช้เว็บไซต์นี้ เว็บไซต์นี้มิให้ถือเป็นคำเสนอหรือการชักชวนให้ซื้อผลิตภัณท์เกี่ยวกับการ ประกันภัยในประเทศใด ๆ ต่อบุคคลใด ๆ ที่ไม่มีสิทธิตามกฎหมายในการกระทำดังกล่าวในประเทศนั้น ๆ หากเกิดความเสียหายใด ๆ ต่อบุคคลใด ๆ อันเนื่องจากเว็บไซต์นี้
Copyright © 2012 All Rights Reserved. by Konpakanpai     Tel. 094-5426619    Email : konpakanpai@gmail.com