header คนประกันภัย
หน้าแรกสินค้าและบริการข่าวสารข้อมูลสาระความรู้ติดต่อเรา
"คนประกันภัย" เราเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และรับทำประกันภัยทุกประเภทอย่างครบวงจร นึกถึงการวางแผนทางการเงินและชีวิต นึกถึงเรา"คนประกันภัย" โทร. 094-5426619 Email: konpakanpai@gmail.com Website: www.konpakanpai.com
         
การวางแผนทางการเงิน
การวางแผนทางการเงิน
การจัดการงบการเงิน
การวางแผนรายได้
การวางแผนรายจ่าย
การวางแผนการเก็บออม
การวางแผนสภาพคล่อง
การวางแผนสินเชื่อ
การวางแผนประกันภัย
การวางแผนการศึกษาบุตร
การวางแผนเกษียณอายุ
การวางแผนภาษี
การวางแผนการลงทุน
การวางแผนมรดก
 
ประกันชีวิต
ประกันชีวิตคืออะไร
ประเภทของประกัยชีวิต
ทำไมต้องทำประกันชีวิต
ประโยชน์ของการประกันชีวิต
ความคุ้มครองที่ได้รับ
ความต้องการในแต่ละช่วงอายุ
แนวทางการเลือกซื้อประกันชีวิต
ขั้นตอนการทำประกันชีวิต
โครงการคุ้มครองรายได้และกองทุนมรดก
กองทุนเพื่อการศึกษา
กองทุนเกษียณอายุ
ประกันชีวิตเพื่อการลดหย่อนภาษี
ประกันชีวิตเพื่อการลงทุน
 
ประกันชีวิต
ประกันสุขภาพคืออะไร
แนวทางการเลือกซื้อประกันชีวิต
ประกันคุ้มครองสุขภาพ
ประกันชดเชยค่ารักษาพยาบาล
ประกันชดเชยรายได้
ประกันคุ้มครองโรคร้ายแรง
ประกันคุ้มครองอุบัติเหตุ
ประกันคุ้มครอง All In One
ประกันคุ้มครองโรคร้ายแรงพิเศษ
ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA)
ตัวอย่างอัตราค่าห้องโรงพยาบาล
 
ประกันชีวิต
ประกันวินาศภัยคืออะไร
ประเภทของประกันวินาศภัย
ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง
ประกันภัยที่อยู่อาศัย
ประกันภัยรถยนต์
ประกันภัยเบ็ดเตล็ด
 
การเงินและการลงทุน
สินทรัพย์ทางการเงินและการลงทุน
เงินฝากธนาคาร
กองทุนรวม
กองทุนรวม LTF RMF
ตราสารหนี้
ตราสารทุน
ตราสารอนุพันธ์
สินทรัพย์ทางเลือก
 
บริการอื่นๆ
ตารางมรณะไทยพื้นฐาน ปี 2560
บริการโอนย้าย และต่อทะเบียน
รายชื่อโรงพยาบาลคู่สัญญา บรืษัทประกันชีวิตและบรืษัทประกันวินาศภัย
ดาวน์โหลด โบรชัวร์ต่างๆ
 
 
การวางแผนเกษียณอายุ
 

          ในปัจจุบันนี้ คนไทยเรามีอายุขัยเฉลี่ยที่ยาวนานขึ้นจากในอดีต ทั้งนี้เป็นผลมาจากความเจริญก้าวหน้าทางการแพทย์ที่สูงขึ้น และคนเราหันมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้นด้วย จึงทำให้ช่วงอายุหลังเกษียณยาวนานขึ้น ในขณะที่ระยะเวลาในการทำงานเพื่อหาเงินนั้นยังเท่าเดิม ดังนั้นการที่จะทำให้สามารถดำรงชีวิตภายหลังเกษียณอย่างมีความสุขนั้น จำเป็นต้องมีการวางแผนที่ดีพอ เพื่อให้มีเงินพอสำหรับการดำรงชีวิต และเพื่อค่าใช้จ่ายในด้านสุขภาพที่อาจมากขึ้นด้วย
           การวางแผนเพื่อการเกษียณนั้นเป็นกระบวนการที่จะหาจำนวนเงินที่จำเป็นจะต้องมี เพื่อให้เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายต่างๆตามมาตรฐานการครองชีพในปัจจุบัน รวมทั้งค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสุขภาพที่ต้องเสื่อมลงตามวัยที่เพิ่มขึ้น โดยไม่เป็นภาระแก่บุคคลอื่นๆ
           ซึ่งปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการวางแผนเพื่อการเกษียณที่ล้มเหลว ที่เกิดขึ้นกับหลายๆคนเนื่องมาจากความเข้าใจที่ผิดๆในหลายๆเรื่อง เช่น

  • มองว่าเรื่องการเกษียณอายุนั้นเป็นเรื่องไกลตัว ยังอีกนานกว่าจะถึงเวลานั้น ค่อยๆทำงานเก็บเงินไว้ก็น่าจะยังทันเวลา ทั้งๆที่ความเป็นจริงนั้น การวางแผนเกษียณจำเป็นต้องเริ่มให้เร็วที่สุด หมายความว่าควรเริ่มต้นวางแผนเกษียณทันทีที่เริ่มทำงานมีรายได้ เพราะการที่มีระยะเวลาในการเก็บออมที่ยาวนาน จะทำให้ภาระในการเก็บออมนั้นไม่มาก จึงมีโอกาสที่แผนการเกษียณอายุนั้นจะสำเร็จสูงขึ้น

  • มองว่าชีวิตหลังเกษียณนั้นใช้เงินจำนวนไม่มาก เมื่อเทียบกับการดำเนินชีวิต และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยไม่ได้คำนึงว่า กว่าจะถึงวันเกษียณ และจากวันเกษียณไปจนถึงวันที่คาดว่าจะสิ้นอายุไขนั้น ค่าครองชีพ หรือค่าใช้จ่ายต่างๆจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าใดอันเป็นผลมาจากอัตร่าเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นทุกปี โดยเฉพาะอัตราเงินเฟ้อในด้านสุขภาพนั้นมีอัตราที่สูงขึ้นอย่างมากในแต่ละปี

  • หวังพึงสวัสดิการจากกองทุนประกันสังคม หรือกองทุนเลี้ยงชีพอื่นๆ ที่จะได้มาหลังจากเกษียณก็น่าจะเพียงพอต่อความต้องการแล้ว ทั้งๆที่ยังไม่เคยที่จะคิดคำนวณดูว่า จริงๆแล้วความต้องการที่แท้จริงนั้นเป็นเท่าไหร่ และสวัสดิการที่มีอยู่นั้นยังสามารถรองรับในเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆได้พอหรือไม่

          ดังนั้นการพึ่งตนเองในการวางแผนเพื่อการเกษียณเสียตั้งแต่วันนี้ จึงเป็นสิ่งที่สมควรทำที่สุด เพื่อความไม่ประมาท เพราะหากถึงเวลาแล้ว ปรากฎว่าจำนวนเงินที่เตรียมไว้นั้นไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย และการดำรงชีพแล้ว จะกลับมาแก้ไขใหม่นั้นเป็นไปไม่ได้เลย

 

           เหตุผลที่ว่า ทำไมการวางแผนเกษียณจึงต้องเริ่มต้นให้เร็วที่สุด ก็เนื่องมาจากว่า สิ่งที่จะมีผลต่อเป้าหมายในการเกษียณของเรา่ คือ

  1. จำนวนเงินที่เก็บในแต่ละงวด
  2. อัตราผลตอบแทนที่ได้รับ
  3. ระยะเวลาในการเก็บออม

          ตัวอย่าง เช่น มีเป้าหมายในการเก็บออม คือต้องการเก็บเงินสำหรับไว้ใช้ยามเกษียณ (อายุ 60 ปี) โดยเริ่มเก็บเป็นจำนวน 13,036 บาท/ปี และนำไปลงทุนที่ผลตอบแทน 12% ต่อปี

  • หากเริ่มเก็บตั้งแต่อายุ 20 ปี ยามเกษียณ จะมีเงินเก็บอยู่ที่ 10,000,000 บาท
  • แต่หากมาเริ่มเก็บตอนอายุ 35 ปี เงินเก็บยามเกษียณ จะอยู่ที่ 1,738,147 บาท
  • และหากมาเริ่มเก็บตอนที่อายุ 45 ปี จะมีเงินเก็บยามเกษียณเพียง 485,988 บาท เท่านั้นเอง

          แต่ถ้ามีเป้าหมายที่จะมีเงินเก็บยามเกษียณอยู่ที่ 10,000,000 บาท เท่ากัน

  • หากเริ่มเก็บตั้งแต่อายุ 20 ปี จำนวนเงินที่ต้องเก็บเพียง 13,036 บาท/ปี เท่านั้น
  • แต่หากมาเริ่มเก็บตอนอายุ 35 ปี จำนวนเงินที่ต้องเก็บ จะเท่ากับ 75,000 บาท/ปี
  • หรือหากมาเริ่มเก็บตอนอายุ 45 ปี จำนวนที่ต้องเก็บจะสูงถึง 268,242 บาท/ปี เลยที่เดียว

          หรือหากต้องการเก็บให้น้อยลงกว่านี้ ก็จำเป็นที่จะต้องหาผลตอบแทนให้ได้มากกว่า 12% ต่อปี ซึ่งก็นับว่าเป็นการเสี่ยงอย่างมากเลยทีเดียว

          ดังนั้นการเริ่มต้นให้เร็ว และเลือกเครื่องมือในการบริการเงินออมที่เหมาะสม จึงเป็นวิธีการที่ดีที่สุดที่จะทำให้แผนการเกษียณเป็นไปตามเป้าหมายได้

 
ปัจจัยที่ต้องคำนึงก่อนการจัดทำกองทุนเกษียณ

          ก่อนที่จะมาคำนวณกองทุนเพื่อการเกษียณนั้น เพื่อให้การวางแผนเพื่อการเกษียณให้มีประสิทธิภาพ เป็นไปตามที่เราต้องการจริงๆ มีสิ่งที่ต้องคำนึงถึง คือ

  1. ระยะเวลาของช่วงชีวิต หรือความยืนยาวของชีวิต
               เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาเป็นอันดับแรก เพราะจะเป็นตัวที่บ่งบอกว่า เราจะต้องใช้เงินหลังจากที่ไม่มีรายได้แล้วนั้นอีกกี่ปี โดยค่าเฉลี่ยทั่วไป ณ.ขณะนี้ ผู้ชายจะอยู่ที่ 80 ปี และผู้หญิง จะอยู่ที่ 85 ปี แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะทีอายุขัยเท่านี้ เราจะต้องกลับไปดูอายุขัยเฉลี่ยของครอบครัวเราเพื่อใช้ในการอ้างอิงด้วย ว่าโดยสถิติแล้วบุคคลในครอบครัวเรามีอายุขัยเฉลี่ยอยู่ที่เท่าได และในอนาคตวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าขึ้น อาจทำให้อายุขัยเฉลี่ยของเรายืนยาวขึ้นอีกด้วย

  2. อัตราเงินเฟ้อที่คาดว่าจะเป็นไปได้ในช่วงเกษียณ
    อัตราเงินเฟ้อ
               อัตราเงินเฟ้อเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้ แต่เราสามารถวางแผนเพื่อเอาชนะค่าเงินเฟ้อได้ เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อนั้นจะส่งผลทำให้จำนวนเงินในปัจจุบันมีค่าน้อยลง หรืออีกนัยหนึ่งคือเราจึงต้องใช้เงินจำนวนมากขึ้น เพื่อที่จะจับจ่ายใช้สอยสินค้าชนิดเดียวกับในปัจจุบัน
               เช่น ในปัจจุบันซื้อกาแฟแก้วละ 100 บาท หากอัตราเงินเฟ้อเท่ากับ 5% ในอีก 10 ปีข้างหน้า เราจะต้องซื้อกาแฟแบบนี้ ในราคาแก้วละ 208 บาท หรือเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเท่าตัว

  3. วิถีชีวิต
               โดยทั่วไปแล้ว การที่จะดำเนินชีวิตในช่วงหลังเกษียณ ให้ปกติเหมือนช่วงที่ยังทำงานได้นั้น จำเป็นต้องมีจ่ายอยู่ที่ประมาณ 70% ของรายจ่ายปกติก่อนเกษียณ ทั้งนี้ก็ยังขึ้นอยู่กับสถานภาพทางสังคมของ คุณภาพชีวิต สุขภาพ หรือเป้าหมายในการทำกิจกรรมต่างๆภายหลังเกษียณของแต่ละบุคคลด้วย

  4. สุขภาพ
               เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะต้องคำนึงถึงอย่างมากๆ เพราะยิ่งมีอายุมากขึ้น สุขภาพก็จะต้องเสื่อมลงเป็นธรรมดา ดังนั้นการวางแผนเกษียณจะต้องมีการวางแผนในเรื่องของสุขภาพเข้าไปด้วย ทั้งก่อนเกษียณและหลังเกษียณ เพื่อไม่ให้ต้องนำจำนวนเงินที่ต้องการเก็บไว้ใช้จ่ายยามเกษียณ ออกมาใช้ในการรักษาสุขภาพ ซึ่งอาจส่งผลต่อแผนการเกษียณอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ขั้นตอนในการวางแผนเพื่อเกษียณ
  1. การวางแผนเกษียณ กำหนดเป้าหมาย หรือความต้องการหลังเกษียณ
               เป้าหมายหรือความต้องการนี้ ขึ้นอยู่กับวิถีการใช้ชีวิตและสถานภาพของแต่ละบุคคล ทั้งนี้เพื่อที่จะได้ทราบว่า หลังเกษียณแล้ว เรามีความต้องการที่จะดำเนินชีวิตไนลักษณะใด

  2. กำหนดวิธีการที่จะทำให้ไปถึงเป้าหมาย 
               ไม่ว่าจะเป็นการออมเงินเพิ่ม ทางเลือกยามเกษียณการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น การหารายได้ให้มากขึ้น หรือการลงทุนเพื่อให้มีดอกผลเติบโตเพิ่มขึ้น เป็นต้น

  3. เขียนแผนการเกษียณออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรและตัวเลข
               เพื่อที่จะได้ทราบถึงกรอบความเป็นไปได้ของแผนที่ได้จัดทำขึ้น และเพื่อที่จะได้ทำการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข ก่อนนำแผนออกไปใช้

  4. นำแผนที่ได้จัดทำออกไปสู่การปฏิบัติ
               แผนที่จัดทำแล้วจะไม่สามารถสำเร็จได้เลย หากปราศจากการนำไปปฏิบัติ หากเกิดปัญหาใดๆจะได้ทำการแก้ไขได้ทันท่วงที

  5. ทบทวนและปรับปรุงแผนให้เหมาะสมอยู่เสมอ
               เป็นไปไม่ได้ที่แผนการเกษียณนี้ทำครั้งเดียว จะสามารถนำไปใช้ได้จนถึงเวลาเกษียณอายุจริงๆ เนื่องจากเป็นการวางแผนระยะยาว ทำให้ในระหว่างปฏิบัติตามแผนนั้นอาจมีปัจจัยภายนอกมากระทบ ทำให้แผนที่วางไว้คลาดเคลื่อนไปได้

 
ปัจจัยที่ต้องคำนึงก่อนการจัดทำกองทุนเกษียณ
วางแผนกองทุนเกษียณ
  1. กำหนดอายุที่ต้องการเกษียณ
               การกำหนดว่าจะเกษียณตอนอายุเท่าไหร่ เพราะอายุที่คาดว่าจะเกษียณ จะเป็นตัวกำหนดว่า เรามีเวลาในการที่จะทำงานเพื่อเก็บเงินได้อีกกี่ปี

  2. ประมาณการช่วงระยะเวลาหลังเกษียณ
               เป็นการคาดการณ์อายุขัยที่ที่จะมีชีวิตต่อไปหลังจากเกษียณ จากปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดว่า เราจะต้องใช้เงินต่อไปอีกกี่ปี ในขณะที่ไม่มีรายได้เข้ามา

  3. ประมาณการค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ
               เงินจำนวนนี้ หมายถึงจำนวนเงินที่จำเป็น ที่จะต้องใช้ในช่วงระยะเวลาหลังเกษียณไปจนถึง ระยะเวลาที่คาดว่าจะสิ้นอายุขัย โดยประมาณการได้จากลักษณะการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน แต่ต้องไม่ลืมในเรื่องของอัตราเงินเฟ้อประกอบด้วย เพราะฉะนั้นจำนวนเงินที่ต้องการในอนาคต จะต้องมากกว่าปัจจุบันเสมอ ตามอัตราเงินเฟ้อต่อปี

  4. ประมาณการแหล่งเงินทั้งหมดที่ได้มีการเตรียมไว้แล้ว
               ดูว่า ณ.ขณะที่ถึงอายุที่คาดว่าจะเกษียณนั้น จะมีทรัพย์สินหรือรายได้ที่จะสามารถแปลงมาเป็นค่าใช้จ่ายในยามเกษียณ หรือเงินกองทุนที่ได้เตรียมไว้ใช้ยามเกษียณ มีมูลค่าเป็นเท่าไหร่

  5. เปรียบเทียบระหว่างจำนวนเงินที่ต้องใช้หลังเกษียณ กับจำนวนเงินหรือทรัพย์สินที่ได้เตรียมไว้แล้ว
               ว่าเพียงพอหรือไม่ หากมีเพียงพอแล้ว ก็ถือว่าได้มีการวางแผนไว้ในระดับหนึ่งแล้ว แต่ต้องไม่ลืมในเรื่องของค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายต่างๆเกี่ยวกับบุคคลที่จะต้องมาดูแลในยามเกษียณด้วย ซึ่งนับว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงมากๆเลยทีเดียว
               แต่ถ้าเปรียบเทียบแล้ว ปรากฏว่าจำนวนเงินที่เตรียมไว้ไม่ยังเพียงพอ ก็ต้องมาคำนวณดูว่าจะต้องเก็บออมเพิ่มอีกเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอต่อความต้องการ

  6. วางแผนการออมและการลงทุนในปัจจุบันจากประมาณการค่าใช้จ่ายและแหล่งเงินได้หลังเกษียณ
               เมื่อทราบจำนวนเงินกองทุนเกษียณที่ต้องจัดเตรียมแล้ว ต่อไปก็คือการวางแผนที่จะต้องเก็บออมหรือจะต้องลงทุนอย่างไร จึงจะทำให้เป้าหมายในเรื่องของกองทุนเกษียณของเราเป็นไปตามเป้าหมาย

ตัวอย่างการคำนวนเงินกองทุนเพื่อการเกษียณ
     นายสุขใจ อายุ 20 ปี วางแผนไว้ว่า ต้องการเกษียณที่อายุ 60 ปี
และต้องการใช้เงินเกษียณนี้ไปถึงอายุ 85 ปี
โดยมีค่าใช้จ่ายส่วนตัวอยู่ที่เดือนละ 30,000 บาท เหมือนในปัจจุบัน
โดยมีอัตราเงินเฟ้อ 3%/ปี
สิ่งที่นายสุขใจ ได้เตรียมไว้ในช่วงเกษียณ และคาดว่าจะได้รับเมื่ออายุ 60 ปี มีดังนี้
          • ประกันออมทรัพย์              500,000 บาท
          • กองทุน RMF                  1,000,000 บาท
          • กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ   5,000,000 บาท
วางแผนกองทุนเกษียณ
 
  1. กำหนดอายุที่ต้องการเกษียณ
               นายสุขใจมีเป้าหมายว่าจะเกษียณที่อายุ 60 ปี ในขณะที่อายุ 20 ปีนั่นแสดงว่า นายสุขใจ มีเวลาในการทำงานเพื่อเก็บเงิน 40 ปี

  2. ประมาณการช่วงระยะเวลาหลังเกษียณ
              นายสุขใจคาดการณ์ว่าจะมีอายุขัยถึงอายุ 85 ปี นั่นแสดงว่า นายสุขใจ ต้องมีค่าใช้จ่ายต่อไปหลังเกษียณอีก 25 ปี

  3. ประมาณการค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ
               นายสุขใจต้องการที่จะมีวิถีชีวิตเหมือนในปัจจุบัน คือมีรายจ่ายส่วนตัวอยู่ที่เดือนละ 30,000 บาท
    นั้นคือ
               นายสุขใจจะมีค่าใช้จ่ายต่อเดือน ณ.วันที่เริ่มเกษียณ คือ
               30,000 x (1+3%)^40 = 97,861 บาท หรือเดือนละ 1,174,332 บาท
    ดังนั้น
               นายสุขใจจะต้องมีเงินกองทุนเพื่อการเกษียณ คือ
                          1,174,332 x 25 = 29,358,340 บาท

  4. ประมาณการแหล่งเงินทั้งหมดที่ได้มีการเตรียมไว้แล้ว
              แต่มีรายได้ที่ นายสุขใจคาดว่าจะได้รับเมื่อเกษียณ คือ
                    - ประกันออมทรัพย์               500,000 บาท
                    - กองทุน RMF                  1,000,000 บาท
                    - กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ    5,000,000 บาท
                                                  รวม 6,500,000 บาท

  5. เปรียบเทียบระหว่างจำนวนเงินที่ต้องใช้หลังเกษียณ กับจำนวนเงินหรือทรัพย์สินที่ได้เตรียมไว้แล้ว
               เมื่อเปรียบเทียบดูแล้ว ปรากฏว่า นายสุขใจยังจะต้องเตรียมเงินเพื่อการเกษียณอีก คือ

            29,358,340 - 6,500,000 = 22,858,340 บาท

  6. วางแผนการออมและการลงทุนในปัจจุบันจากประมาณการค่าใช้จ่ายและแหล่งเงินได้หลังเกษียณ
         วางแผนเกษียณอายุ
               จะเห็นได้ว่าจำนวนเงินที่นายสุขใจต้องเตรียมจริงๆ คือ 22,858,340 บาท ดังนั้น            นายสุขใจจะต้องนำเงินที่เก็บนี้ไปบริหารให้ได้ผลตอบแทนที่ดี เพื่อที่จะได้ลดภาระในการเก็บในแต่ละปี เช่น
              
    • นายสุขในนำเงินจำนวนนี้ไปฝากในบัญชีเงินฝากประจำได้ผลตอบแทนปีละ 3% นายสุขใจต้องเก็บเงินให้ได้ปีละ 303,156 บาท
    • หากนายสุขใจนำเงินจำนวนนี้ไปลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ ที่ได้รับผลตอบแทน 5% นายสุขใจจะต้องเก็ยเงินปีละ 189,225 บาท
    • แต่หากว่านายสุขใจนำเงินจำนวนนี้ไปลงทุนในตราสารทุน ที่ให้ผลตอบแทนที่ 12% ต่อปี นายสุขใจจะเก็บเงินเพียงปีละ 29,799 บาท เท่านั้นเอง

                     และเมื่อถึงอายุ 60 ปี นายสุขใจก็เพียงแค่นำเงินกองทุนเกษียณนี้ไปลงทุนต่อให้ได้ผลตอบแทนเท่ากับเงินเฟ้อก็พอ นายสุขใจก็จะสามารถเบิกเงินออกมาใช้จ่ายได้เดือนละ 97,861 บาท และสามารถเบิกเพิ่มได้ตามอัตราเงินเฟ้อไปจนถึงอายุ 85 ปี

 
ตารางมูลค่าเงินเกษียณ
 
ข้อแนะนำในการจัดทำแผนการเกษียณ
  1. ต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน
               ซึ่งเป้าหมายหลังเกษียณนี้ ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ว่าต้องการที่จะมีวิถีชีวิตอย่างไร ซึ่งปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงก็คือเรื่องของสุขภาพ ค่าใช้จ่ายส่วนตัว บุคคลที่ต้องมาดูแล เป็นต้น

  2. เริ่มต้นลงมือในการวางแผนการเกษียณให้เร็วที่สุด Retirement
               เนื่องจากการเริ่มต้นที่เร็ว ทำให้มีระยะเวลาในการออมเงินมากขึ้น รวมถึงการนำเงินไปลงทุน ที่จะได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าเมื่ออายุมากแล้ว

  3. ใช้ประโยชน์จากการลดหย่อนภาษี
               จากค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น การทำประกันชีวิตแบบบำนาญ การลงทุนในกองทุน RMF LTF ซึ่งนอกจากจะได้ประโยชน์จากภาษีแล้ว ยังได้ประโยชน์ในเรื่องของผลตอบแทนจากการลงทุนเพิ่ม เพื่อไว้ใช้ยามเกษียณอีกด้วย

  4. เรียนรู้ในเรื่องการลงทุนประเภทต่าง
               หลายคนที่ต้องการทำแผนการเกษียณอายุ แต่ยังกลัวเรื่องการลงทุนอยู่ ควรศึกษาเรื่องการลงทุนเพิ่มเติม และการลงทุนนี้ไม่ได้เฉพาะแค่การลงทุนในตลาดเงิน ตลาดทุน หรือกองทุนต่างๆ ยังรวมถึงการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อื่นๆด้วย เนื่องจากการออมเงินโดยวิธีปกตินั้น ไม่สามารถเอาชนะในเรื่องของอัตราเงินเฟ้อได้

  5. มีวินัยทางการเงินที่ดี
               เพราะเมื่อขาดวินัยที่ดีแล้ว  การวางแผนเกษียณแล้ว ย่อมมีผลกระทบต่อแผนการเกษียณที่วางไว้อย่างแน่นอน

 
ข้อผิดพลาดที่ทำให้แผนการเกษียณล้มเหลว
  1. เงินที่เก็บนั้นน้อยเกินไป   
               อาจเป็นเพราะการประเมินจำนวนเงินที่จำเป็นต้องใช้ภายหลังเกษียณน้อยเกินไป อาจเป็นเพราะขาดการคำนึงถึงในเรื่องของอัตราเงินเฟ้อ ที่ทำให้มูลค่าเงินในอนาคตลดลงไป

  2. คิดว่าเรื่องเกษียณอายุเป็นเรื่องที่ไกลตั
               เพราะการวางแผนเพื่อเกษียณนั้นเป็นการวางแผนในระยะยาว อาจคิดว่ายังไม่จำเป็นในตอนนี้ แล้วไปวางแผนเอาในช่วงระยะเวลาที่ใกล้เกษียณแล้ว ซึ่งทำให้การไปถึงจุดหมายที่ต้องการรั้นเป็นไปได้ยากมากๆ

  3. ประเมินอายุขัยสั้นไป
               เนื่องจากปัจจุบันวิวัฒนาการทางการแพทย์และสาธารณสุขได้มีความก้าวหน้าไปมาก ทำให้อายุขัยเฉลี่ยของคนเรามากขึ้น ส่งผลให้จำนวนเงินที่ได้วางแผนไว้นั้นไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ที่นานขึ้น

  4. ขาดความเข้าใจเรื่องของการใช้สิทธิประโยชน์ต่างๆ
               ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด การเกษียณอายุไม่ว่าเรื่องของภาษี หรือกองทุนต่างๆ

  5. ไม่คำนึงถึงเรื่องสุขภาพยามเกษียณ
               เรื่องสุขภาพ เป็นเรื่องที่จำเป็นสำหรับบุคคลวัยหลังเกษียณอย่างมาก เพราะค่าใช้จ่ายในเรื่องของสุขภาพสำหรับคนวัยนี้ จะมากกว่าค่าใช้จ่ายเรื่องสุขภาพตลอดชีวิตที่ผ่านมาก็ว่าได้

  6. เมื่อได้เงินก้อนมาก็ใช้หมดอย่างรวดเร็ว
               ไม่ว่าจะนำไปใช้เพื่อการพักผ่อน หรือความสะดวกสบายต่างๆ รวมถึงการนำไปลงทุนโดยขาดความเข้าใจ ทำให้เงินก้อนที่อาจได้มาเป็นก้อนสุดท้ายนั้น ต้องหมดไปอย่างรวดเร็ว

  7. ไม่ได้คำนึงถึงปัจจัยด้านอัตราเงินเฟ้อ
               การวางแผนในระยะยาวนั้น สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นสิ่งแรกๆคือ อัตราเงินเฟ้อ ดังนั้นการทำความเข้าใจในเรื่องของการลงทุนจึงจำเป็นอย่างมาก ในการที่จะเอาชนะเงินเฟ้อได้

  8. หวังพึ่งพาลูกหลาน หรือสวัสดิการต่างๆ
               ที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า โดยไม่คิดที่จะพึ่งพาตนเอง

 
 
google
facebook
 
QR Code Line konpakanpai
line_addfriends_konpakanpai
 
รับสมัครตัวแทนประกันชีวิต เอไอเอ
รับสมัครตัวแทนประกันวินาศภัย ศรีกรุงโบรคเกอร์
ประกันรถยนต์กับศรีกรุงโบรคเกอร์
724 Insure
 
ยินดีให้คำปรึกษากรมธรรม์ประกันชีวิต
 
 
 
 
 
line
ผู้เอาประกันควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครอง และเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัย ผลประโยชน์ เงื่อนไข ความคุ้มครองโดยละเอียดให้เป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
line
คนประกัน รับทำประกันภัยทุกชนิด
line
หน้าแรก  |  ผลิตภัณฑ์  |  ข่าวสารข้อมูล |  สาระความรู้ | ติดต่อเรา   
line
เว็บไซต์นี้มิใช่เว็บไซต์ของ บริษัท เอไอเอ จำกัด แต่เป็นเว็ปไซต์์ตัวแทนประกันชีวิตของเอไอเอ (ตัวแทนประกันชีวิต) บริษัท เอไอเอ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ต่อเว็บไซต์นี้
บริษัท เอไอเอ จึงไม่ต้องรับรอง และไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้นทั้งทางแพ่งและทางอาญาจากการใช้เว็บไซต์นี้ เว็บไซต์นี้มิให้ถือเป็นคำเสนอหรือการชักชวนให้ซื้อผลิตภัณท์เกี่ยวกับการ ประกันภัยในประเทศใด ๆ ต่อบุคคลใด ๆ ที่ไม่มีสิทธิตามกฎหมายในการกระทำดังกล่าวในประเทศนั้น ๆ หากเกิดความเสียหายใด ๆ ต่อบุคคลใด ๆ อันเนื่องจากเว็บไซต์นี้
Copyright © 2012 All Rights Reserved. by Konpakanpai     Tel. 094-5426619    Email : konpakanpai@gmail.com