header คนประกันภัย
หน้าแรกสินค้าและบริการข่าวสารข้อมูลสาระความรู้ติดต่อเรา
"คนประกันภัย" เราเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และรับทำประกันภัยทุกประเภทอย่างครบวงจร นึกถึงการวางแผนทางการเงินและชีวิต นึกถึงเรา"คนประกันภัย" โทร. 094-5426619 Email: konpakanpai@gmail.com Website: www.konpakanpai.com
         
การวางแผนทางการเงิน
การวางแผนทางการเงิน
การจัดการงบการเงิน
การวางแผนรายได้
การวางแผนรายจ่าย
การวางแผนการเก็บออม
การวางแผนสภาพคล่อง
การวางแผนสินเชื่อ
การวางแผนประกันภัย
การวางแผนการศึกษาบุตร
การวางแผนเกษียณอายุ
การวางแผนภาษี
การวางแผนการลงทุน
การวางแผนมรดก
 
ประกันชีวิต
ประกันชีวิตคืออะไร
ประเภทของประกัยชีวิต
ทำไมต้องทำประกันชีวิต
ประโยชน์ของการประกันชีวิต
ความคุ้มครองที่ได้รับ
ความต้องการในแต่ละช่วงอายุ
แนวทางการเลือกซื้อประกันชีวิต
ขั้นตอนการทำประกันชีวิต
โครงการคุ้มครองรายได้และกองทุนมรดก
กองทุนเพื่อการศึกษา
กองทุนเกษียณอายุ
ประกันชีวิตเพื่อการลดหย่อนภาษี
ประกันชีวิตเพื่อการลงทุน
 
ประกันชีวิต
ประกันสุขภาพคืออะไร
แนวทางการเลือกซื้อประกันชีวิต
ประกันคุ้มครองสุขภาพ
ประกันชดเชยค่ารักษาพยาบาล
ประกันชดเชยรายได้
ประกันคุ้มครองโรคร้ายแรง
ประกันคุ้มครองอุบัติเหตุ
ประกันคุ้มครอง All In One
ประกันคุ้มครองโรคร้ายแรงพิเศษ
ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA)
ตัวอย่างอัตราค่าห้องโรงพยาบาล
 
ประกันชีวิต
ประกันวินาศภัยคืออะไร
ประเภทของประกันวินาศภัย
ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง
ประกันภัยที่อยู่อาศัย
ประกันภัยรถยนต์
ประกันภัยเบ็ดเตล็ด
 
การเงินและการลงทุน
สินทรัพย์ทางการเงินและการลงทุน
เงินฝากธนาคาร
กองทุนรวม
กองทุนรวม LTF RMF
ตราสารหนี้
ตราสารทุน
ตราสารอนุพันธ์
สินทรัพย์ทางเลือก
 
บริการอื่นๆ
ตารางมรณะไทยพื้นฐาน ปี 2560
บริการโอนย้าย และต่อทะเบียน
รายชื่อโรงพยาบาลคู่สัญญา บรืษัทประกันชีวิตและบรืษัทประกันวินาศภัย
ดาวน์โหลด โบรชัวร์ต่างๆ
 
 
การวางแผนทางการเงิน
 
การวางแผนทางการเงิน

           แผนการเงิน เป็นกระบวนการในการรวบรวม ประเมิน และปรับปรุงกิจกรรมทางการเงิน โดยผ่านการบริหารและวางแผนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายต่างๆในชีวิต ซึ่งจะส่งผลให้ระดับฐานะการเงิน และมาตรฐานในการดำเนินชีวิตดีขึ้น

วงจรรายได้ วางแผนการออม การวางแผนสินเชื่อ การวางแผนประกันภัย การวางแผนการลงทุน การวางแผนภาษี การวางแผนมรดก

           ซึ่งการวางแผนทางการเงิน มีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของเราๆ เป็นอย่างมาก เพราะการวางแผนทางการเงินเป็นเครื่องมือหนึ่ง ที่จะช่วยนำชีวิตไปสู่ความมั่นคงทางการเงินได้ ซึ่งการวางแผนการเงินนี้ มีความจำเป็น และต้องใส่ใจในทุก ๆ ช่วงวัยของชีวิต โดย เริ่มจาก  

  • การปลูกฝังนิสัยการออมและการใช้เงินอย่างสมเหตุสมผลตั้งแต่วัยเด็ก
  • เมื่อเข้าสู่วัยทำงานจำเป็นต้องรู้วิธีการวางแผนการจัดสรรรายได้ ให้เพียงพอกับการออมเงินตามเป้าหมายและรายจ่ายต่าง ๆ อย่างเหมาะสม
  • เมื่อมีครอบครัวก็จำเป็นต้องดูแลทั้งตนเองและคนในครอบครัว ทำให้ความรับผิดชอบและภาระทางการเงินยิ่งเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้การวางแผนทางการเงินมีความสำคัญมากขึ้น
  • ยามเกษียณอายุ ก็ยังต้องวางแผนทางการเงิน เพราะเป็นวัยที่มีรายได้ลดลง แต่ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ยังคงอยู่ หรืออาจสูงขึ้นในบางหมวด เช่น การรักษาพยาบาล ซึ่งหากไม่มีการวางแผนที่ดีก็อาจเกิดปัญหาได้

          แต่หลายๆคนมักจะไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการวางแผนทางการเงินกันสักเท่าไหร่ อันเนื่องมาจากความเชื่อที่ผิดๆเกี่ยวกับเรื่องการวางแผนการเงิน โดยหลายๆคนคิดว่า การวางแผนการเงินเป็นเรื่องของคนที่มีเงินจำนวนมาก ซึ่งโดยความเป็นจริงนั้น ผู้ที่ยังมีเงินน้อยหรือยังมีปัญหาเรื่องการเงินอยู่ ยิ่งต้องรีบวางแผนการเงิน เพื่อให้หลุดพ้นจากสถานภาพทางการเงินในปัจจุบัน

หากมีการวางแผนทางการเงินที่ดี จะช่วยในเรื่องต่างๆดังต่อนี้

  • เอาชนะเงินเฟ้อได้
    หากคุณต้องการจะให้เงินของเรามีอำนาจซื้อที่มากขึ้น เงินของเราจะต้องสร้างผลตอบแทนได้มากกว่า หรืออย่างน้อยต้องเท่ากับการเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อในแต่ละปี
  • ประหยัดรายจ่ายจากภาษี 
    เงินทุกบาทที่คุณประหยัดได้จากการจ่ายภาษี จะทำให้มีเงินในกระเป๋ามากขึ้น เราสามารถลดภาษีได้ โดยโดยการวางแผนในเรื่องของการหักค่าลดหย่อนให้ครบถ้วนตามสิทธิที่มี
  • เพื่อเตรียมการรองรับสิ่งที่ไม่คาดฝัน
    การวางแผนให้มีเงินสำรองฉุกเฉิน หรือการวางแผนโอนความเสี่ยงไปให้บริษัทประกันรับผิดชอบ จะช่วยแบ่งเบาภาระในยามที่ต้องประสบกับความเจ็บป่วยหรือค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด
  • สามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงิน
    การวางแผนทางการเงินที่ดีจะช่วยให้มีเงินเหลือพอที่จะเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆในอนาคต ตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ เช่นค่าเล่าเรียนให้บุตรหลาน หรือแม้แต่ใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวได้
  • มีเงินไว้ใช้ยามเกษียณ
    การวางแผนทางการเงินที่ดีจะช่วยให้คุณใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในบั้นปลายของชีวิต โดยคุณอาจจะต้องออมเงินนอกเหนือจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อบรรลุเป้าหมายนี้

          โดยการวางแผนการเงิน เป็นการนำเอาแผนการเงินส่วนบุคคลต่าง ๆ เช่น งบการเงินส่วนบุคล งบกระแสเงินสดส่วนบุคคล แผนการลงทุน แผนการเกษียณ แผนภาษี แผนประกันภัย มาวางแผนร่วมกัน เพื่อให้สามารถรองรับเป้าหมายได้ในทุก ๆ ช่วงวัยของชีวิต

          การดำเนินชีวิตของคนเรานั้น ย่อมต้องมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องของเงินอยู่เป็นประจำ การวางแผนการเงินจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับทุกวัย เนื่องจากสถานะ เป้าหมาย และความจำเป็นทางการเงินของแต่ละช่วงวัยนั้นแตกต่างกัน ดังนั้นการวางแผนการเงินจึงควรแตกต่างกันไปด้วย เช่น

วัยก่อนทำงาน (0 - 21 ปี)           ในวัยนี้เป็นวัยที่กำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาเล่าเรียน ที่มาของรายได้ส่วนใหญ่ จึงเป็นลักษณะการพึ่งพาคุณพ่อคุณแม่ เพราะยังไม่มีรายได้เป็นของตัวเอง หรือหากเริ่มมีรายได้แล้ว แต่ก็ยังคงต้องอยู่ในความดูแลของพ่อแม่ และในขณะเดียวกันคนในวัยนี้ส่วนมากจะยังไม่มีภาระหนี้สิน เป้าหมายส่วนใหญ่ของคนในวัยนี้ก็คือ เพื่อซื้อของใช้ส่วนตัว เที่ยวกับเพื่อน หรือ ช้อปปิ้ง เป็นต้น
           ดังนั้นการวางแผนทางการเงินของคนในวัยนี้ จึงเป็นการสร้างวินัยการออมเพื่ออนาคตที่มั่นคง เพราะหากคนวัยนี้มีวินัยการออมที่ดีแล้ว จะทำให้ในช่วงอายุต่อๆไป จะสามารถวางแผนทางการเงินได้ง่ายและเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งใจไว้
           ในส่วนการวางแผนการลงทุนควรเน้นในการฝากเงินไว้กับธนาคาร ทั้งในรูปแบบออมทรัพย์ หรือฝากประจำเพราะยังไม่มีเงินลงทุนมากนัก
ช่วงวัยเริ่มทำงาน (21- 30 ปี)           สำหรับวัยเริ่มทำงานนี้เป็นวัยเริ่มต้นของการมีภาระหน้าที่ และมีรายได้เป็นของตนเอง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่จะสามารถเก็บออม เพื่อนำเงินไปลงทุนต่อได้ ทั้งนี้ในส่วนของค่าใช้จ่าย หรือภาระหนี้สินของคนในวัยนี้อาจยังไม่สูงมากนัก เพราะเป็นวัยที่เพิ่งเริ่มสร้างเนื้อสร้างตัว โดยเป้าหมายในการใช้จ่ายส่วนใหญ่ของคนในวัยนี้ ก็คือการซื้อสินค้าที่ทันสมัยตามกระแส การท่องเที่ยวเปิดประสบการณ์ ซื้อของใช้ส่วนตัว หรือซื้อรถยนต์ที่มีมูลค่าไม่แพงมาก ดังนั้น
           การวางแผนการเงินของคนในวัยนี้ จะต้องเน้นการให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การบริหารเงิน ให้มีรายได้ที่เพียงพอกับรายจ่าย และสามารถมีเงินเก็บออมเพื่อนำไปลงทุนเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มได้
           ในส่วนการวางแผนการลงทุนของคนในช่วงวัยนี้ เนื่องจากยังมีระยะเวลาในการหารายได้เพิ่มอีกนาน ดังนั้นการวางแผนการลงทุนจึงสามารถลงทุนในความเสี่ยงที่ค่อนข้างสูงได้ เพราะหากมีความผิดพลาดเกิดขึ้นจากการลงทุน ก็ยังมีระยะเวลาที่จะสามารถหาเงินกลับมาเพื่อลงทุนสร้างผลตอบแทนอีกได้
วัยเริ่มสร้างครอบครัว (31- 40 ปี)            สำหรับคนที่อยู่ในช่วงอายุนี้ เป็นวัยที่ต้องเพิ่มพูนความมั่งคั่งให้กับตนเอง และเริ่มที่จะสร้างครอบครัว โดยมีรายได้และรายจ่ายอยู่ในระดับสูงแล้ว หน้าที่การงานของคนในวัยนี้กำลังก้าวหน้า โดยเป้าหมายในการใช้จ่ายส่วนใหญ่ของคนในวัยนี้ จะมุ่งไปที่การสร้างครอบครัว และออมเงินไว้เพื่ออนาคต อีกทั้งกำลังมองหาสินทรัพย์ที่ใหญ่ขึ้น อยากได้รถยนต์หรูหราขึ้น
           การวางแผนการเงิน จะต้องให้ความสำคัญกับความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ เช่น ภาระหนี้สินก้อนโต และที่สำคัญคือปัญหาเรื่องสุขภาพและอุบัติเหตุ ด้วยเหตุนี้การวางแผนการเงินจึงควรต้องมีการโอนย้ายความเสี่ยง เพราะมีภาระทางการเงินสูงขึ้น และควรเพิ่มในส่วนของแผนภาษี แผนการออมและการลงทุนเพื่อวัยเกษียณด้วย
วัยการงานมั่นคง (41- 55 ปี)           ในวัยนี้เป็นวัยที่หน้าที่การงานและฐานะทางการเงินมีความมั่นคงแล้ว และส่วนใหญ่จะมีรายได้สูง ในขณะที่ภาระทางการเงินเริ่มลดลง ลักษณะส่วนใหญ่ของคนในวัยนี้ จะหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น โดยเป้าหมายในการใช้จ่ายส่วนใหญ่ของคนในวัยนี้ จะเป็นเรื่องของการรักษาความมั่นคงให้กับครอบครัว รวมถึงเรื่องการศึกษาของบุตรด้วย ที่สำคัญคนในวัยนี้ จะต้องให้ความจริงจังกับการวางแผนเกษียณ เพราะเหลือระยะเวลาในการหารายได้อีกไม่นาน
           ดังนั้นแผนการเงินสำหรับคนในวัยนี้ จะเน้นเรื่องการวางแผนภาษี และการวางแผนเกษียณอย่างเป็นระบบ
           การลงทุนจะต้องมีการกระจายการลงทุน และเริ่มลดสัดส่วนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงลง
วัยเกษียณอายุ (55 ปีขึ้นไป)             สำหรับคนที่อยู่ในช่วงอายุนี้เป็นวัยของผู้ที่กำลังจะก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งจะไม่มีรายได้ประจำ ในขณะที่ภาระทางการเงินก็ลดลง ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องค่าใช้จ่ายประจำวัน และค่ารักษาสุขภาพ โดยเป้าหมายทางการเงินส่วนใหญ่นั้น จะเป็นเรื่องของการมองหารายรับเพื่อนำมาใช้จ่ายประจำวัน การท่องเที่ยวพักผ่อนและเก็บออมไว้ให้ลูกหลาน
           การวางแผนการเงินในวัยนี้จึงเป็นการวางแผน เพื่อส่งมอบทรัพย์สินไปให้ลูกหลาน
           การลงทุนในช่วงนี้ควรเป็นการลงทุน ที่ให้ผลตอบแทนที่ใกล้เคียงกับอัตราเงินเฟ้อ เพื่อรักษาอำนาจการซื้อไว้ จึงต้องเน้นผลิตภัณฑ์การเงินที่มีความเสี่ยงต่ำเพื่อรักษาเงินต้น แต่ยังสามารถสร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอ
 
 ปิรามิดวางแผนทางการเงิน  
ปีรามิดการวางแผนทางการเงิน การวางแผนสภาพคล่อง การวางแผนประกันภัย การวางแผนการออม การวางแผนการลงทุน การวางแผนภาษี การวางแผนมรดก

          ก่อนจะไปถึงลำดับขั้นของการวางแผน เพื่อนำไปสู่อิสรภาพทางการเงินอย่างแท้จริงนั้น เราต้องมาทำความรู้จักกับ “ปีรามิดทางการเงิน” กันเสียก่อน เพราะถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะการวางแผนการเงินให้ประสบความสำเร็จนั้น ฐานต้องแน่นเสียก่อน

          เราลองมาจินตนาการดูนะครับว่า ระหว่างปีรามิดที่มีฐานที่กว้าง และส่วนยอดแคบ กับปีรามิดที่มีส่วนฐานที่แคบ และมีส่วนบนที่กว้าง ปีรามิดแบบไหนจะมั่นคงกว่ากัน

          ดังนั้นการวางแผนการเงินที่ดี จะต้องสร้างรากฐานทางการเงินให้แน่นเสียก่อน แล้วจึงค่อยๆต่อยอดขึ้นไป ถึงแม้ว่าในระหว่างทางที่เรากำลังสร้างยอดปีรามิดอยู่นั้น จะเกิดเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้ยอดที่เราสร้างอยู่นั้นหยุดชะงัก หรือหักพังลงบ้าง หากฐานปีรามิดเราแข็งแรงดีแล้ว ก็คงไม่เป็นการยากที่เราจะสร้างยอดปีรามิดต่อจนสำเร็จ

          ซึ่งในระหว่างที่เราสร้างปีรามิดทางการเงินในแต่ละขั้นอยู่นั้น เรายังสามารถที่จะให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ทางรัฐบาลมีให้ กลับมาช่วยสร้างปีรามิดให้เสร็จเร็วขึ้นได้อีกด้วย

การบริหารสภาพคล่อง
  1. ขั้นตอนแรกที่เราจำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรกเลย ก็คือในเรื่องของการบริหารในเรื่องของรายได้ รายจ่าย และเงินออมให้สมดุล โดยใช้สมการ

สมการทางการเงิน

          หมายถึงเราต้องกันเงินส่วนหนึ่งออกมาจ่ายให้กับตัวเองก่อน (อย่างน้อย 10%) ก่อนที่จะนำไปใช้จ่ายอื่น ๆ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในเรื่องของสภาพคล่อง ซึ่งเป็นความจำเป็นพื้นฐานที่เราใช้ดำรงชีพในชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นปกติสุข ซึ่งสภาพคล่องพื้นฐานที่เราต้องเตรียมนี้ จะต้องสามารถรองรับค่าใช้จ่ายไว้อย่างน้อย 6-12 เท่า ของค่าใช้จ่ายต่อเดือน เช่น หากเรามีค่าใช้จ่ายต่อเดือน 100,000 บาท แสดงว่าเราควรจะมีสภาพคล่องพื้นฐาน หรือเงินสด (หรือทรัพย์สินที่สามารถแปลงเป็นเงินสดได้ทันที) ฉุกเฉิน 600,000 – 1,200,000 บาท

การโอนย้ายความเสี่ยง
  1. ในชั้นที่สองของการสร้างปีรามิดทางการเงินนั้นคือ การบริหารความเสี่ยง หรือการโอนย้ายความเสี่ยง ซึ่งเปรียบเสมือนการอุดรอยรั่วทางการเงิน เพื่อไม่ให้เงินที่เรานำมาวางแผนนั้นต้องเสียไปเนื่องจากเหตุการณ์ที่เราไม่สามารถล่วงรู้ หรือวางแผนไว้ก่อนได้ ด้วยการมีประกันภัยที่เพียงพอ ไม่ว่าจะเป็น ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันรถยนต์ ประกันทรัพย์สินต่าง ๆ ฯลฯ

          ซึ่งการวางแผนการประกันนั้นสามารถแบ่งเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้เป็น 3 ส่วนคือ

    1. Income Protection การทำประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองรายได้ในอนาคต
    2. Health Protection การทำประกันสุขภาพ อุบัติเหตุ และ โรคร้ายแรง
    3. Asset Protection การทำประกันภัยทรัพย์สินต่าง ๆ เช่น รถยนต์ บ้าน หนี้สิน และ ธุรกิจ
การสะสมเพื่อเป้าหมาย
  1. เมื่อเรามีความพร้อมพื้นฐานแล้ว ในขั้นต่อไปเราจึงค่อยมาเริ่มการเก็บออม เพื่อเป้าหมายต่าง ๆที่ เราต้องการในอนาคต โดยเป้าหมายที่เราต้องการนั้นสามารถแบ่งได้เป็น 3 ระดับ โดยยึดถือตามระยะเวลาที่ต้องการใช้เงินจำนวนนั้น คือ

    1. เป้าหมายระยะสั้น คือ เป้าหมายที่เราต้องการใช้เงินจำนวนนั้นภายในระยะเวลาที่ไม่เกิน 3 ปีข้างหน้า เช่นเป้าหมายที่จะไปท่องเที่ยวต่างประเทศ หรือเงินที่จะนำไปดาวน์รถยนต์ ซึ่งเงินจำนวนนี้จะต้องใช้ในระยะเวลาอันใกล้ ดังนั้นจึงต้องเก็บในสินค้าทางการเงินที่มีความเสี่ยงต่ำ ๆ เช่น ในบัญชีฝากประจำ หรือในกองทุนรวมตลาดเงิน เป็นต้น
    2. เป้าหมายระยะกลาง คือ เป้าหมายที่เราต้องการใช้เงินจำนวนนี้ในระยะเวลา 3 – 7 ปีข้างหน้า เช่น เป้าหมายในการแต่งงาน เตรียมเงินดาวน์บ้าน หรือเตรียมไว้เพื่อที่ว่าหากมีโอกาสการลงทุนที่ดีผ่านเข้ามา เงินจำนวนนี้ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ในระยะเวลานี้ แต่อย่างไรเสีย เงินจำนวนนี้ก็ยังมีความจำเป็นอยู่ จึงไม่สามารถนำไปเก็บไว้ในสินค้าที่มีความเสี่ยงได้ แต่ก็ยังสามารถที่จะรับความเสี่ยงได้เพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับเงินเก็บของเรา เช่น พันธบัตรรัฐบาลระยะ 5 ปี หรือกองทุนรวมตราสารหนี้
    3. เป้าหมายระยะยาว คือ เป้าหมายที่มีความจำเป็นอย่างมาก ถึงมากที่สุด แต่เราหลายคนมักจะมองข้ามไปที่ว่าสำคัญที่สุดก็เพราะเราไม่สามารถกลับไปวางแผนใหม่ หรือกลับไปแก้ไขอะไรได้อีกแล้ว นั่นคือ แผนการศึกษาของบุตร และ แผนการเกษียณของตนเอง แต่เนื่องจากเป็นเป้าหมายที่จะใช้เงินจำนวนนี้ในระยะเวลาอีกหลายปี ดังนั้นจึงสามารถนำไปเก็บกับสินค้าทางการเงินที่ให้ผลตอบแทนที่ค่อนข้างสูงได้ แต้ก็ต้องมีความเสี่ยงที่ปานกลาง เช่นกองทุนรวม LTF RMF หรือกองทุนรวมหุ้นอื่น ๆ เป็นต้น

          สาเหตุที่เราจะต้องแบ่งเป้าหมายออกเป็นระยะต่าง ๆ ก็เพื่อจะได้ทราบระยะเวลาในการที่จะใช้เงิน ซึ่งจะมีผลโดยตรงกับสินค้าทางการเงินที่เราเลือกและผลตอบแทนในส่วนที่เรานำเงินจำนวนนั้น ๆไปเก็บไว้ เพราะสินค้าทางการเงินแต่ละชนิด สามารถตอบสนองต่อเป้าหมายที่แตกต่างกัน

การลงทุนตาม Life Style
  1. การลงทุนซึ่งเป็นเป้าหมายสุดท้ายของแผนการเงิน หลังจากที่เราวางรากฐานทางการเงินในทุกส่วนจนมีความมั่นคงแล้วยังมีเงินเหลือ เราสามารถที่จะนำเงินนั้นไปลงทุน เพื่อสร้างความมั่งคั่งเพิ่มเติมได้ตามที่เราต้องการ ไม่ว่าจะในหุ้น อสังหาริมทรัพย์ ทรัพย์สินมีค่า หรือกองทุนต่าง ๆ ได้อย่างสบายใจ

          ซึ่งนอกจากจะทำให้มีอิสรภาพทางการเงินแล้ว ยังนำไปสู่อิสรภาพทางจิตใจด้วย เพราะว่าเราจะไม่กังวลกับการลงทุนของเรา ไม่ว่าการลงทุนนั้นจะมีความเสี่ยงเพียงใด นั่นคือเป้าหมายสุดท้ายที่สูงสุด คือ "อิสรภาพที่แท้จริง"

 
 ขั้นตอนการวางแผนทางการเงิน  

การวางแผนการเงิน ก็เหมือนกับการวางแผนที่จะไปเที่ยวที่ไหนสักแห่ง สิ่งที่เราต้องรู้ คือ

  1. เราจะไปเที่ยวที่ไหน เชียงใหม่ หัวหิน ภูเก็ต อยุธยา หรือเที่ยวในกรุงเทพ  และเราต้องรู้ด้วยว่า แต่ละที่ที่เราจะไปนั้นอยู่ตรงส่วนไหน หากเราไม่รู้ว่าเชียงใหม่อยู่ภาคเหนือ แล้วเราเดินทางไปทางภาคใต้ อย่างนี้เมื่อไหร่ก็คงไม่ถึงเชียงใหม่
  2. มีใครไปกับเราบ้าง หากเราไปคนเดียวก็อาจจะไม่จำเป็นต้องกังวลหรือต้องวางแผนอะไรมากนัก แต่หากมีครอบครัวเราไปด้วย เราคงต้องมีเตรียมการเตรียมตัวที่ดี เพื่อไม่ให้ครอบครัวต้องลำบาก
  3. เราจะไปเที่ยวเมื่อไหร่ และใช้เวลาเที่ยวนานเท่าไร่ เช่น สิ้นเดือนนี้ สิ้นปี หรือปีหน้า หากเราไม่มีระยะเวลาเป็นตัวกำหนด และคิดว่าพร้อมเมื่อไหร่ก็ไป แล้วมันจะได้ไปเมื่อไหร่ล่ะ
  4. เราจะไปที่นั้นด้วยวิธีใด เพราะการจะไปที่ใดสักแห่ง มักจะมีหลายๆวิธีการที่จะไปถึง แต่ถ้าเลือกวิธีการไม่ถูกแล้ว เราอาจจะไปไม่ถึง หรือถึงช้ากว่ากำหนดก็เป็นได้ เช่น จะไปเชียงใหม่ สามารถไปได้ทั้งเครื่องบิน รถไฟ รถทัวร์ หรือแม้แต่เดินเท้า ก็สามารถไปถึงได้ แต่เรามีเวลาเท่าไหร่ล่ะ ที่จะเดินทาง
  5. เราจะไปเที่ยวตรงจุดไหนบ้าง จะพักโรงแรมไหน เพราะสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่ง หรือโรงแรมที่จะไปพักแต่ละที่ ราคา ค่าใช้จ่ายก็ต่างกัน ซึ่งจะมีผลต่องบประมาณที่เราจะต้องเตรียมด้วย
  6. งบประมาณที่ต้องใช้ในการเที่ยวครั้งนี้ต้องใช้เท่าไหร่ หากต้องการไปเที่ยวให้สนุกแล้ว สิ่งใหญ่หลวงเลยที่เราจะขาดไม่ได้ ก็คืองบประมาณ หากเราเตรียมไว้ไม่เพียงพอแล้ว การท่องเที่ยวในครั้งนั้นอาจจะเป็นฝันร้ายของเราก็เป็นได้
  7. แล้วตอนนี้เรามีงบประมาณอยู่เท่าไหร่แล้ว ยังขาดอยู่เท่าไหร่ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจว่า เราจะสามารถเดินทางไปเที่ยวครั้งนี้ได้อย่างมีความสุขจริง ๆ

          เห็นด้วยไหมครับ ว่าแค่เรื่องการวางแผนเพื่อเดินทางไปท่องเที่ยวเพียงไม่กี่วัน เรายังต้องตรียมการขนาดนี้ แล้ว  แผนการดำเนินชีวิตของเรา ซึ่งต้องเดินทางตลอดชีวิต เราจะไม่วางแผนกันเลยหรือครับ

          แผนการเงิน ก็คือแผนชีวิต เพราะทุกช่วงของชีวิต ล้วนมีความต้องการทางการเงินที่แตกต่างกัน เราลองมาดูกันครับ ว่าการวางแผนการเงินควรเริ่มต้นอย่างไร

ขั้นตอนการวางแผนทางการเงิน

          การวางแผนทางการเงิน มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะการวางแผนทางการเงินเป็นเครื่องมือหนึ่ง ที่จะช่วยนำชีวิตไปสู่ความมั่นคงทางการเงินได้ ซึ่งการวางแผนการเงินนี้ มีความจำเป็น และต้องใส่ใจในทุก ๆ ช่วงวัยของชีวิต โดย เริ่มจาก

          การปลูกฝังนิสัยการออมและการใช้เงินอย่างสมเหตุสมผลตั้งแต่วัยเด็ก
เมื่อเข้าสู่วัยทำงาน จำเป็นต้องรู้วิธีการวางแผนการจัดสรรรายได้ เพื่อให้เพียงพอกับการออมเงินตามเป้าหมายและรายจ่ายต่าง ๆ อย่างเหมาะสม
เมื่อมีครอบครัวก็จำเป็นต้องดูแลทั้งตนเองและคนในครอบครัว ทำให้ความรับผิดชอบและภาระทางการเงินยิ่งเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้การวางแผนทางการเงินมีความสำคัญมากขึ้น
ยามเกษียณอายุ ก็ยังต้องวางแผนทางการเงิน เพราะเป็นวัยที่มีรายได้ลดลง แต่ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ยังคงอยู่ หรืออาจสูงขึ้นในบางหมวด เช่น การรักษาพยาบาล ซึ่งหากไม่มีการวางแผนที่ดีก็อาจเกิดปัญหาได้

          แต่หลายๆคนมักจะไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการวางแผนทางการเงินกันสักเท่าไหร่ อันเนื่องมาจากความเชื่อที่ผิดๆเกี่ยวกับเรื่องการวางแผนการเงิน โดยหลายๆคนคิดว่า การวางแผนการเงินเป็นเรื่องของคนที่มีเงินจำนวนมาก ซึ่งโดยความเป็นจริงนั้น ผู้ที่ยังมีเงินน้อยหรือยังมีปัญหาเรื่องการเงินอยู่ ยิ่งต้องรีบวางแผนการเงิน เพื่อให้หลุดพ้นจากสถานภาพทางการเงินในปัจจุบัน

          โดยการวางแผนการเงิน เป็นการนำเอาแผนการเงินส่วนบุคคลต่าง ๆ เช่น งบการเงินส่วนบุคล งบกระแสเงินสดส่วนบุคคล แผนการลงทุน แผนการเกษียณ แผนภาษี แผนประกันภัย มาวางแผนร่วมกัน เพื่อให้สามารถรองรับเป้าหมายได้ในทุก ๆ ช่วงวัยของชีวิต

กำหนดเป้าหมายทางการเงิน

          การดำเนินชีวิต โดยไม่มีเป้าหมายนั้น ก็เหมือนการเดินทางที่ไม่มีจุดหมาย เมื่อไม่มีจุดหมายก็ไม่สามารถไปถึงจุดหมายใด ๆ ได้เลย ดังนั้นการวางแผนการเงิน จึงต้องเริ่มต้นที่การมีเป้าหมายก่อน ว่าเราต้องการที่จะบรรลุเป้าหมายทางการเงินในเรื่องอะไรบ้าง ซึ่งเป้าหมายที่ดีนั้นควรจะเป้าหมายที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม มีกรอบระยะเวลาที่ชัดเจน และต้องระบุถึงจำนวนเงินที่ต้องใช้สำหรับเป้าหมายนั้น ๆ ด้วย และเป้าหมายนั้นต้องเหมาะสมและเป็นไปได้ เช่น

  • ต้องการมีรถเก๋ง ยี่ห้อABC ราคา 1,000,000 – 1,300,000 โดยใช้เงินดาวน์ 300,000 บาท ภายในปี 25xx
  • ต้องการจะซื้อบ้านเดี่ยว ในหมู่บ้านแถวรังสิต ราคา 5,000,000 บาท โดยใช้เงินดาวน์ 1,000,000 บาท ภายในปี 25xx
  • ต้องการให้ลูกเรียนถึงระดับปริญญาโท  โดยอีก 10 ปีข้างหน้า เริ่มเข้าเรียนระดับปริญญาตรีในประเทศ ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 1,000,000 บาท และระดับปริญญาโทในต่างประเทศ ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 2,000,000 บาท
  • ต้องการเกษียณการทำงานที่อายุ 55 ปี โดยมีเงินใช้ช่วงหลังเกษียณเดือนละ 20,000 บาท จนถึงอายุ 85 ปี

         ซึ่งแต่ละคนอาจมีเป้าหมายทางการเงินที่แตกต่างกัน ดังนั้นการวางแผนการเงินจึงแตกต่างกันในแต่คน แต่ละเป้าหมาย ตามลำดับความสำคัญและระยะเวลาที่ต้องไปให้ถึงเป้าหมายนั้น ๆ โดยสามารถแบ่งได้เป็น

  • เป้าหมายระยะสั้น ที่มีระยะเวลาที่ต้องบรรลุเป้าหมายภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี เป็นเป้าหมายที่ตอบสนองความสะดวกสบาย และความสุขของตนเองและครอบครัว เช่น เป้าหมายการท่องเที่ยวพักผ่อน เป้าหมายการดาวน์รถ เป็นต้น
  • เป้าหมายระยะปานกลาง เป็นเป้าหมายเพื่อเตรียมการสร้างสินทรัพย์ หรือเพิ่มพูนความมั่งคั่งของครอบครัว โดยมีระยะเวลาในการบรรลุเป้าหมาย 3 – 7 ปี เช่น เป้าหมายการซื้อบ้าน การเตรียมเงินเพื่อการลงทุน เป็นต้น
  • เป้าหมายระยะยาว เป็นเป้าหมายที่มีระยะเวลาในการบรรลุเป้าหมายตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นเป้าหมายที่สำคัญที่สุด แต่คนส่วนใหญ่มักจะมองข้ามไป เนื่องจากเป็นเป้าหมายที่ยังอยู่ไกลตัว การเห็นผลยังชัดเจน เหมือนเป้าหมายระยะกลาง หรือระยะสั้น เช่น เป้าหมายเรื่องการศึกษาของบุตร เป้าหมายเรื่องการเกษียณอายุของตนเอง เป็นต้น
รวบรวมข้อมูลทางการเงิน

          การจะวางแผนกิจกรรมต่าง ๆ ให้ได้ดีนั้น จำเป็นที่จะต้องมีข้อมูลพื้นฐานที่สมบูรณ์พร้อม ดังคำพูดที่ว่า “รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชะนะร้อยครั้ง” ยังใช้ได้อยู่ เพราะนอกจากเรารู้เป้าหมายทางการเงินที่ต้องการบรรลุแล้ว เรายังจะต้องรู้สถานะปัจจุบันของเราด้วย จึงจะทำให้เราสามารถไปถึงเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

          ข้อมูลที่เราต้องต้องทำการรวบรวมคือ ข้อมูลทางการเงิน ของตนเอง และของครอบครัว เพื่อนำมาประเมินสถานะทางการเงิน เช่น รายรับ รายจ่าย ทรัพย์สิน และหนี้สินต่าง ๆ รวมถึงการลงทุนในปัจจุบันและในอนาคตด้วย

          นอกจากนี้ เรายังควรจดบันทึกรายรับรายจ่ายประจำวัน ซึ่งจะช่วยให้เราเห็นพฤติกรรมทางการเงินของตนเองอย่างชัดเจนขึ้น เพราะทั้งรายได้และค่าใช้จ่ายแต่ละรายการจะถูกแจกแจงออกมา ทำให้เราทราบได้ว่าค่าใช้จ่ายประเภทใดสูงเกินไป หรือไม่มีความจำเป็น หรือสามารถตัดออกได้ รวมทั้งทราบว่ารายได้ทางใดน้อยเกินไป หรือสามารถหาทางเพิ่มได้อีก ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เราสามารถวางแผนทางการเงิน หรือนำมาปรับปรุงแผนการเงินในอนาคตได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น

ประเมินสถานะทางการเงิน

          การนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ประเมิน เพื่อหาสถานะทางการเงินในปัจจุบัน ว่าตอนนี้มีเงินเก็บสุทธิเท่าไรแล้ว ยังขาดอีกเท่าไรเพื่อที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ และมีทางเลือกอะไรบ้างที่จะบรรลุเป้าหมายนั้น ซึ่งการวิเคราะห์ข้อมูลก็เป็นอีกกระบวนการหนึ่งที่มีผลอย่างมากต่อการจัดทำแผนการเงิน เพราะความถูกต้องของการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้มาจะมีผลโดยตรงกับแผนการเงินที่จะวางต่อไป

          การวิเคราะห์ข้อมูลที่ดีจะทำให้ทราบถึงความเป็นไปได้ หรือความเสี่ยงต่าง ๆที่เกี่ยวข้องกับการบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ หากพบความเสี่ยงจะได้ทำการป้องกัน หรือลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นข้างหน้าได้

จัดทำแผนการเงิน

          หลังจากที่เราได้รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ จนทราบถึงความเป็นไปได้ หรืออุปสรรคต่าง ๆ แล้ว จึงนำมาพิจารณาควบคู่กับเป้าหมายทางการเงินที่ตั้งไว้ ซึ่งอาจจะมีทางเลือกหลายแนวทางที่จะไปถึงเป้าหมายนั้น ๆ ได้ ซึ่งเราจะต้องพิจารณาถึงข้อดี ข้อเสียของแต่ละแนวทางนั้น แล้วเลือกทางเลือกที่ดีที่สุด นำไปทำเป็นแผนการเงินที่สอดคล้องและตอบสนองต่อเป้าหมายของเรา โดยการจัดระยะเวลาของแผนให้สัมพันธ์กับรายได้และภาระทางการเงิน เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดไว้ และไม่กดดันตัวเองจนเกินไป​

ปฏิบัติตามแผนการเงิน

          แผนการเงินที่จัดทำขึ้นมานั้น จะไม่สามารถนำไปสู่เป้าหมายที่ต้องการได้เลย หากปราศจากการปฏิบัติตามแผนที่ได้เขียนไว้ ว่าต้องทำอะไรบ้าง ทำอย่างไร ภายในระยะเวลาเท่าใด เช่น ต้องออมให้ได้เดือนละเท่าไร ต้องหารายได้เพิ่มอีกเท่าไร ต้องนำเงินไปลงทุนอะไรบ้าง โดยต้องมีการตรวจทานด้วยว่าได้ทำครบพอที่จะบรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความมุ่งมั่นและมีวินัย เพราะหากขาดการปฏิบัติที่จริงจังและต่อเนื่อง ก็ยากที่จะบรรลุเป้าหมายได้

ติดตามการปฏิบัติให้เป็นไปตามแผน

          ในระหว่างที่เราได้ปฏิบัติตามแผนไปได้ระยะหนึ่ง ต้องตรวจสอบและประเมินผลที่เกิดขึ้นด้วย ว่าได้ผลอย่างไร เราได้ทำไปตามขั้นตอน ตามกรอบระยะเวลาที่ได้วางแผนไว้แล้วหรือไม่

การทบทวนและปรับปรุงแผนอย่างต่อเนื่อง

          เนื่องจากแผนการเงินเป็นการวางแผนในระยะยาว ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างมาก ที่จะต้องมีการประเมินและตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ ว่าผลจากการปฏิบัติตามแผนนั้น เป็นไปตามที่คาดหวังหรือไม่ และจำเป็นต้องปรับปรุงแผนการเงินอย่างไรหรือไม่

          ซึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้แผนการเงินต้องเปลี่ยนไป เช่น

  1. การเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยภายใน คือ การเปลี่ยนแปลงเนื่องจากสถานภาพของตัวเราเอง เช่น มีการเปลี่ยนงานที่ทำให้รายได้เปลี่ยนไป หรือมีบุตรที่ทำให้มีภาระเพิ่มขึ้น เป็นต้น
  2. การเปลี่ยนแปลงจากภายนอก คือ การเปลี่ยนแปลงที่เราไม่สามารถกำหนดได้ เช่น อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนที่เปลี่ยนไป เป็นต้น

          ดังนั้นเราควรหมั่นตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอโดยน้อยทุก ๆ 6 เดือน หรือ ทุก ๆ ปี ว่าแผนการเงินที่เราทำไว้นั้นยังสามารถที่จะนำไปสู่เป้าหมายที่ต้องการบรรลุได้อยู่หรือเปล่า หากไม่ก็สามารถทำให้บรรลุได้ ต้องหาสาเหตุว่าเกิดจากสิ่งใด แล้วปรับแผนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป หากทำเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ ก็จะทำให้เกิดวินัยทางการเงินและมีความมั่นคงทางการเงินอย่างแน่นอน

 
การวางแผนทางการเงินด้านต่างๆ
 
การวางแผนมรดก
การวางแผนมรดก
การวางแผนภาษี การวางแผนการลงทุน
การวางแผนภาษีการวางแผนการลงทุน
การวางแผนการศึกษา การวางแผนเกษียณอายุ
การวางแผนการศึกษาบุตรการวางแผนเกษียณอายุ
การวางแผนสภาพคล่อง การจัดทำงบการเงิน การวางแผนประกันภัย
การวางแผนสภาพคล่องการจัดการงบเงินการวางแผนประกันภัย
การวางแผนรายได้ การวางแผนรายจ่าย การวางแผนหนี้สิน การวางแผนการออม
การวางแผนรายได้การวางแผนรายจ่ายการวางแผนหนี้สินการวางแผนการออม
 
 
 
google
facebook
 
QR Code Line konpakanpai
line_addfriends_konpakanpai
 
รับสมัครตัวแทนประกันชีวิต เอไอเอ
รับสมัครตัวแทนประกันวินาศภัย ศรีกรุงโบรคเกอร์
ประกันรถยนต์กับศรีกรุงโบรคเกอร์
724 Insure
 
ยินดีให้คำปรึกษากรมธรรม์ประกันชีวิต
 
 
 
 
 
line
ผู้เอาประกันควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครอง และเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัย ผลประโยชน์ เงื่อนไข ความคุ้มครองโดยละเอียดให้เป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
line
คนประกัน รับทำประกันภัยทุกชนิด
line
หน้าแรก  |  ผลิตภัณฑ์  |  ข่าวสารข้อมูล |  สาระความรู้ | ติดต่อเรา   
line
เว็บไซต์นี้มิใช่เว็บไซต์ของ บริษัท เอไอเอ จำกัด แต่เป็นเว็ปไซต์์ตัวแทนประกันชีวิตของเอไอเอ (ตัวแทนประกันชีวิต) บริษัท เอไอเอ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ต่อเว็บไซต์นี้
บริษัท เอไอเอ จึงไม่ต้องรับรอง และไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้นทั้งทางแพ่งและทางอาญาจากการใช้เว็บไซต์นี้ เว็บไซต์นี้มิให้ถือเป็นคำเสนอหรือการชักชวนให้ซื้อผลิตภัณท์เกี่ยวกับการ ประกันภัยในประเทศใด ๆ ต่อบุคคลใด ๆ ที่ไม่มีสิทธิตามกฎหมายในการกระทำดังกล่าวในประเทศนั้น ๆ หากเกิดความเสียหายใด ๆ ต่อบุคคลใด ๆ อันเนื่องจากเว็บไซต์นี้
Copyright © 2012 All Rights Reserved. by Konpakanpai     Tel. 094-5426619    Email : konpakanpai@gmail.com