header คนประกันภัย
หน้าแรกสินค้าและบริการข่าวสารข้อมูลสาระความรู้ติดต่อเรา
"คนประกันภัย" เราเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และรับทำประกันภัยทุกประเภทอย่างครบวงจร นึกถึงการวางแผนทางการเงินและชีวิต นึกถึงเรา"คนประกันภัย" โทร. 094-5426619 Email: konpakanpai@gmail.com Website: www.konpakanpai.com
         
การวางแผนทางการเงิน
การวางแผนทางการเงิน
การจัดการงบการเงิน
การวางแผนรายได้
การวางแผนรายจ่าย
การวางแผนการเก็บออม
การวางแผนสภาพคล่อง
การวางแผนสินเชื่อ
การวางแผนประกันภัย
การวางแผนการศึกษาบุตร
การวางแผนเกษียณอายุ
การวางแผนภาษี
การวางแผนการลงทุน
การวางแผนมรดก
 
ประกันชีวิต
ประกันชีวิตคืออะไร
ประเภทของประกัยชีวิต
ทำไมต้องทำประกันชีวิต
ประโยชน์ของการประกันชีวิต
ความคุ้มครองที่ได้รับ
ความต้องการในแต่ละช่วงอายุ
แนวทางการเลือกซื้อประกันชีวิต
ขั้นตอนการทำประกันชีวิต
โครงการคุ้มครองรายได้และกองทุนมรดก
กองทุนเพื่อการศึกษา
กองทุนเกษียณอายุ
ประกันชีวิตเพื่อการลดหย่อนภาษี
ประกันชีวิตเพื่อการลงทุน
 
ประกันชีวิต
ประกันสุขภาพคืออะไร
แนวทางการเลือกซื้อประกันชีวิต
ประกันคุ้มครองสุขภาพ
ประกันชดเชยค่ารักษาพยาบาล
ประกันชดเชยรายได้
ประกันคุ้มครองโรคร้ายแรง
ประกันคุ้มครองอุบัติเหตุ
ประกันคุ้มครอง All In One
ประกันคุ้มครองโรคร้ายแรงพิเศษ
ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA)
ตัวอย่างอัตราค่าห้องโรงพยาบาล
 
ประกันชีวิต
ประกันวินาศภัยคืออะไร
ประเภทของประกันวินาศภัย
ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง
ประกันภัยที่อยู่อาศัย
ประกันภัยรถยนต์
ประกันภัยเบ็ดเตล็ด
 
การเงินและการลงทุน
สินทรัพย์ทางการเงินและการลงทุน
เงินฝากธนาคาร
กองทุนรวม
กองทุนรวม LTF RMF
ตราสารหนี้
ตราสารทุน
ตราสารอนุพันธ์
สินทรัพย์ทางเลือก
 
บริการอื่นๆ
ตารางมรณะไทยพื้นฐาน ปี 2560
บริการโอนย้าย และต่อทะเบียน
รายชื่อโรงพยาบาลคู่สัญญา บรืษัทประกันชีวิตและบรืษัทประกันวินาศภัย
ดาวน์โหลด โบรชัวร์ต่างๆ
 
 
กองทุนรวม LTF & RMF
 
กองทุนรวม LTF&RMF

          หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องการออมหรือลงทุนระยะยาวเพื่อความมั่นคงในอนาคต และต้องการวางแผนภาษีในแต่ละปีให้ดีขึ้น การลงทุนในกองทุนรวม LTF กับ RMF นี้คงจะสามารถตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี

ทำไมต้องลงทุนในกองทุนรวม LTF/RMF

  1. การได้รับสิทธิในการลดหย่อนภาษี
               เนื่องจากกองทุน LTF/RMF นี้เป็นกองทุนรวมแบบพิเศษ ที่ได้ออกมา เพื่อสนับสนุนให้มีการลงทุนในในตลาดหลักทรัพย์มากขึ้น และเป็นการส่งเสริมการออมในระยะยาว จึงได้มีมาตรการในเรื่องของการได้รับสิทธิในการลดหย่อนภาษี เพื่อเป็นการจูงใจ

  2. ผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุนไม่ต้องเสียภาษี
               จากการที่เราได้ลงทุนในกองทุนรวมเป็นระยะเวลาหนึ่ง ตามหลักเกณฑ์แล้วมีผลตอบแทนเพิ่มขึ้น เมื่อเราขายคืนหน่วยลงทุนนั้นคืน ผลต่างราคาหรือกำไรที่ได้รับจากจากขายคืนนั้น ไม่ต้องเสียภาษี

  3. เป็นการวางแผนในการออมระยะยาว
               เพื่อเป็นการสร้างวินัยในการออม หลักเกณฑ์ของกองทุน LTF/RMF จึงได้ออกแบบมาเพื่อบังคับให้เรามีการออมอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ โดนเฉพาะกองทุนรวม RMF ที่เราจะต้องออมไปจนกว่าจะเกษียณ

 
 
LTF :  Long Term Equity Fund กองทุนรวมหุ้นระยะยาว

          LTF (Long Term Equity Fund) หรือ กองทุนรวมหุ้นระยะยาว เป็นกองทุนรวมประเภทหนึ่ง ที่มีวัตถุประสงค์เน้นการลงทุนในตราสารทุนระยะยาว โดยผู้ลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อเป็นแรงจูงใจในการลงทุน

          กองทุน LTF เหมาะสำหรับคนทุกกลุ่มที่ต้องการลงทุนในหุ้นระยะยาว แต่อาจไม่มีความชำนาญ เกี่ยวกับการลงทุนในหุ้น หรือไม่มีเวลาติดตามการลงทุนอย่างใกล้ชิด ซึ่งผู้ลงทุนจะต้องเข้าใจและยอมรับความเสี่ยงจากการลงทุน รวมทั้งเงื่อนไขเกี่ยวกับระยะเวลาในการลงทุนได้ โดยเฉพาะ

  1. บุคคลที่มีรายได้ และต้องการใช้สิทธิในการลดหย่อนภาษีเพิ่มเติม

  2. ผู้ที่มีเป้าหมายในการลงทุนเพื่อเป้าหมายทางการเงินในระยะยาว เพื่อสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน และจากการลดหย่อนภาษี

  3. ผู้ที่สามารถยอมรับความเสี่ยงได้สูง เพื่อแลกกับผลตอบแทนจากการลงทุนที่สูงขึ้น

 นโยบายการลงทุนของกองทุนรวม LTF

          นโยบายการลงทุนของกองทุน LTF คือ สัดส่วนการลงทุนของกองทุน_LTF

  • เน้นลงทุนในหุ้นสามัญที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่น้อยกว่า 65% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุน LTF แต่ละกองอาจมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับรายละเอียดนโยบายการลงทุนของ LTF กองนั้นๆ

  • อาจมีการจ่ายเงินปันผล หรือไม่มีการจ่ายเงินปันผลคืนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนก็ได้

  • สำหรับกรณีที่มีการจ่ายเงินปันผล ผู้ถือหน่วยลงทุนที่ได้รับเงินปันผลจะมีภาระภาษีที่ต้องจ่าย โดย

    • สามารถเลือกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 10% หรือ

    • เลือกไม่หัก ณ ที่จ่าย แต่นำเงินปันผลที่ได้รับนั้นมารวมคำนวณ เพื่อเสียภาษีเงินได้ประจำปีทีเดียวก็ได้

 ข้อแตกต่างระหว่างกองทุนรวม LTF กับกองทุนรวมอื่น
  1. หากลงทุนครบตามเงื่อนไขจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี

  2. ไม่สามารถโอน จำนำ หรือนำหน่วยลงทุนไปเป็นหลักประกันได้

  3. เป็นกองทุนเปิด ซึ่งกำหนดให้ขายคืนหน่วยลงทุนได้ไม่เกินปีละ 2 ครั้ง

 เงื่อนไขการลงทุนของกองทุนรวม LTF เพื่อให้ได้สิทธิในการลดหย่อนภาษี

          เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี การลงทุนใน LTF มีเงื่อนไข คือ

  1. ต้องซื้อและถือหน่วยลงทุนของ LTF ไว้ไม่น้อยกว่า 7 ปีปฏิทิน โดยนับแยกกันไปในแต่ละก้อนเงินที่ลงทุน

  2. หากลงทุนมาไม่ถึง 7 ปีปฏิทิน แล้วผู้ลงทุนเสียชีวิต หรือทุพพลภาพ สามารถขายกองทุนได้โดยไม่ผิดเงื่อนไข

  3. ไม่จำเป็นต้องลงทุนอย่างต่อเนื่องทุกปี ซื้อปีไหนก็จะสามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้ในปีนั้น

  4. ขั้นต่ำในการซื้อขึ้นอยู่กับแต่ละ บลจ.

การนับจำนวนปีของกองทุน LTF
 
 สิทธิประโยชน์ทางภาษีของกองทุนรวม LTF

          หากปฏิบัติตามเงื่อนไขการลงทุน ผู้ลงทุนใน LTF จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีถึง 2 ทางด้วยกัน คือ

  1. เงินลงทุนในกองทุน LTF สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 15% ของเงินได้ในปีภาษีนั้น แต่ต้องไม่เกิน 500,000 บาท

  2. กำไรที่ได้จากการขายคืนหน่วยลงทุน (Capital Gain) ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้

              ทั้งนี้หากมีการลงทุนเกิน 15% ของเงินได้ หรือเกิน 500,000 บาท เมื่อขายคืนหน่วยลงทุนแล้วมีกำไร ผู้ลงทุนจะต้องนำกำไรที่ได้จากการขายคืนหน่วยลงทุน (Capital Gain) นับเฉพาะเงินลงทุนส่วนที่เกิน ไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาด้วย

 ผลจากการผิดเงื่อนไขการลงทุนของกองทุนรวม LTF

          การขายคืนหน่วยลงทุนก่อนครบกำหนด 7 ปีปฏิทิน ถือว่าผิดเงื่อนไขการลงทุน ทั้งนี้กรณีผู้ลงทุนเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวได้ จะไม่ถือว่าผิดเงื่อนไขการลงทุน ผู้ลงทุนจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอีกต่อไป และต้องดำเนินการดังนี้

  1. ต้องคืนเงินภาษีที่ได้รับยกเว้นไป พร้อมเงินเพิ่มในอัตรา 1.5% ต่อเดือน โดยนับตั้งแต่เดือนเมษายนของปีที่ผู้ลงทุนยื่นขอยกเว้นภาษี จนถึงเดือนที่มีการยื่นคืนเงินภาษี ดังนั้นผู้ลงทุนจึงควรยื่นขอคืนภาษี พร้อมเงินเพิ่มทันทีที่มีการทำผิดเงื่อนไขการลงทุน โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงรอบชำระภาษีตามปกติ

  2. ต้องจ่ายภาษีสำหรับกำไรที่ได้จากการขายคืนหน่วยลงทุน (Capital Gain) โดยนำกำไรที่ได้จากการขายคืนไปรวมเป็นเงินได้ของปีที่ขายคืนเพื่อเสียภาษีเงินได้ ซึ่งในทางปฏิบัติเมื่อผู้ลงทุนขายคืน บลจ. จะหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ของกำไรที่ได้จากการขายคืนหน่วยลงทุนไว้ก่อน

 
 
RMF : Retirement Mutual Fund กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ

          RMF ย่อมาจากคำว่า “Retirement Mutual Fund” หรือเรียกในชื่อไทยว่า “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ” เป็นกองทุนรวมประเภทที่ส่งเสริมให้เกิดการออมเงินระยะยาวไว้สำหรับใช้จ่ายยามเกษียณอายุ ซึ่งจะคล้ายๆ กับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) ของภาคเอกชน และกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) (Government Pension Fund) ของข้าราชการ สิ่งที่ถือว่าเป็นที่น่าสนใจสำหรับกองทุนรวม RMF ก็คือ ได้รับการสนับสนุนจากทางการเรื่องสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อจูงใจให้ผู้สนใจลงทุนมีการเก็บออมในระยะยาวสำหรับชีวิตหลังเกษียณ แต่ผู้ลงทุนก็ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการลงทุนต่างๆ จึงจะได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีนั้น

          กองทุน RMF เหมาะสำหรับคนทุกกลุ่มที่ต้องการออมเงินเพื่อวัยเกษียณ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
  1. ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ซึ่งไม่มีสวัสดิการออมเงินเพื่อวัยเกษียณมารองรับ

  2. ลูกจ้างที่นายจ้างยังไม่พร้อมที่จะจัดให้มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ทำให้ลูกจ้างไม่สามารถสะสมเงินลงทุนเพื่อวัยเกษียณได้

  3. ลูกจ้างหรือข้าราชการที่มีสวัสดิการออมเงินเพื่อวัยเกษียณอยู่แล้ว แต่ต้องการจะออมเพิ่มเติมให้มากขึ้น เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีให้เต็มวงเงิน 500,000 บาท ตามที่รัฐบาลให้การสนับสนุนและส่งเสริม

 นโยบายการลงทุนของกองทุนรวม RMF

          เนื่องจากการลงทุนในกองทุน RMF มีระยะเวลาที่ค่อนข้างยาวนาน จึงทำให้มีโอกาสได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจและภาวะการลงทุนในแต่ละช่วงได้ ดังนั้นเพื่อช่วยให้ผู้ลงทุนมีความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนนโยบายการลงทุน ให้สอดคล้องกับความสามารถในการยอมรับความเสี่ยงของผู้ลงทุนและสภาพตลาดในแต่ละช่วงเวลา กองทุน RMF จึงมีนโยบายการลงทุนให้เลือกหลากหลายเหมือนกองทุนรวมทั่วไป ตั้งแต่กองทุนที่มีระดับความเสี่ยงต่ำ เช่น กองทุน RMF ที่ลงทุนในตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล หรือกองทุนที่มีความเสี่ยงในระดับปานกลาง เช่น กองทุน RMF ที่ลงทุนในตราสารหนี้ภาคเอกชน ไปจนถึงกองทุนที่มีระดับความเสี่ยงสูง เช่น กองทุน RMF ที่ลงทุนในหุ้น ใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้น หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ลงทุนสามารถสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนของกองทุน RMF ให้เหมาะสมกับสภาพตลาด และความต้องการในแต่ละช่วงเวลาได้ โดยไม่ถือว่าเป็นการขายหน่วยลงทุน เช่น ตอนแรกผู้ลงทุนอาจซื้อเป็นกองทุน RMF ที่ลงทุนในพันธบัตร ซึ่งเสี่ยงน้อย แต่ผลตอบแทนก็น้อย พอปีถัดมาคิดว่าหุ้นน่าจะขึ้น ผู้ลงทุนก็สามารถสลับเงินลงทุนไปยังกองทุน RMF ที่ลงทุนในหุ้นได้ เป็นต้น

 ข้อแตกต่างระหว่างกองทุนรวม RMF กับกองทุนรวมอื่น
  1. หากลงทุนครบตามเงื่อนไขจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี

  2. ไม่สามารถโอน จำนำ หรือนำหน่วยลงทุนไปเป็นหลักประกันได้

  3. ไม่มีการจ่ายเงินปันผล

 เงื่อนไขการลงทุนของกองทุนรวม RMF เพื่อให้ได้สิทธิในการลดหย่อนภาษี

          เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี การลงทุนใน RMF มีเงื่อนไขดังต่อไปนี้

  1. เริ่มลงทุนแล้ว ต้องลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยซื้อหน่วยลงทุนของ RMF ไม่น้อยกว่าปีละ 1 ครั้ง

  2. ลงทุนขั้นต่ำ 3% ของเงินได้ในแต่ละปี หรือ 5,000 บาท แล้วแต่ว่าจำนวนใดจะต่ำกว่า

  3. ต้องไม่ระงับการซื้อหน่วยลงทุนเกินกว่า 1 ปี ติดต่อกัน (ยกเว้นปีใดที่ไม่มีเงินได้ก็ไม่ต้องลงทุน)

  4. การขายคืนหน่วยลงทุนทำได้เมื่อผู้ลงทุนอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปี และลงทุนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ซื้อหน่วยลงทุนครั้งแรก (การนับ 5 ปี ให้นับเฉพาะปีที่มีการซื้อหน่วยลงทุนเท่านั้น กล่าวคือ ปีใดไม่ลงทุน จะไม่นับว่ามีอายุการลงทุนในปีนั้นๆ)

 สิทธิประโยชน์ทางภาษีของกองทุนรวม RMF

          หากปฏิบัติตามเงื่อนไขการลงทุน ผู้ลงทุนใน RMF จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีถึง 2 ทางด้วยกัน คือ

  1. เงินลงทุนในกองทุน RMF สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 15% ของเงินได้ในปีภาษีนั้น และเมื่อรวมเข้ากับเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) และประกันชีวิตแบบบำนาญที่ผู้ลงทุนมีอยู่ จะต้องไม่เกิน 500,000 บาท ซึ่งการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีนี้ ให้นับตามเวลาแบบวันชนวัน ตั้งแต่วันแรกที่ได้เริ่มลงทุน PVD/กบข. + ประกันชีวิตแบบบำนาญ + RMF ( 15% ของเงินได้) 500,000 บาท

  2. กำไรที่ได้จากการขายคืนหน่วยลงทุน (Capital Gain) ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ ทั้งนี้ หากมีการลงทุนเกิน 15% ของเงินได้ หรือเกิน 500,000 บาท เมื่อขายคืนหน่วยลงทุนแล้วมีกำไร ผู้ลงทุนจะต้องนำกำไรที่ได้จากการขายคืนหน่วยลงทุน (Capital Gain) นับเฉพาะเงินลงทุนส่วนที่เกิน ไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาด้วย

 ผลจากการผิดเงื่อนไขการลงทุนของกองทุนรวม RMF
  1. ระงับการซื้อหน่วยลงทุนเกินกว่า 1 ปีติดต่อกันทั้งที่ยังคงมีรายได้

  2. ลงทุนขั้นต่ำไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้

  3. ขายคืนหน่วยลงทุนก่อนที่ผู้ลงทุนจะอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์

  4. ขายคืนหน่วยลงทุนก่อนที่จะมีการลงทุนครบ 5 ปี

               ทั้งนี้หากเป็นไปตามข้อใดข้อหนึ่ง ก็ถือว่าผิดเงื่อนไขการลงทุนแล้ว ยกเว้น กรณีที่ผู้ลงทุนเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวได้ จึงจะไม่ถือว่าผิดเงื่อนไขการลงทุน ผู้ลงทุนจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอีกต่อไป และต้องดำเนินการดังนี้

  1. กรณีที่ลงทุนไม่ถึง 5 ปี และมีการผิดเงื่อนไข

    • ต้องคืนเงินภาษีที่ได้รับยกเว้นไปในช่วง 5 ปีย้อนหลัง (นับตามปีปฏิทิน)
    • เมื่อขายคืนหน่วยลงทุน ต้องนำกำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุน (Capital Gain) ไปรวมเป็นเงินได้ในปีที่ขายคืน เพื่อเสียภาษีเงินได้ ซึ่งในทางปฏิบัติ เมื่อผู้ลงทุนขายคืน บลจ. จะหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ของกำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุนไว้ก่อน และเมื่อผู้ลงทุนไปยื่นแบบเสียภาษีเงินได้ ก็จะคำนวณอีกครั้งว่าจะต้องจ่ายเงินภาษีเพิ่มอีกหรือไม่ อย่างไร
  2. กรณีที่ลงทุนตั้งแต่ 5 ปี ขึ้นไป และมีการผิดเงื่อนไข

    • ต้องคืนเงินภาษีที่ได้รับยกเว้นไปในช่วง 5 ปีย้อนหลัง (นับตามปีปฏิทิน)

              การชำระภาษีตาม 1. และ 2. ต้องชำระภายในเดือนมีนาคมของปีถัดจากปีที่ผิดเงื่อนไข และ/หรือ ขายคืนหน่วยลงทุน มิฉะนั้นต้องจ่ายเบี้ยปรับเงินเพิ่มอีก

ข้อแตกต่างระหว่าง LTF กับ RMF
 
 
google
facebook
 
QR Code Line konpakanpai
line_addfriends_konpakanpai
 
รับสมัครตัวแทนประกันชีวิต เอไอเอ
รับสมัครตัวแทนประกันวินาศภัย ศรีกรุงโบรคเกอร์
ประกันรถยนต์กับศรีกรุงโบรคเกอร์
724 Insure
 
ยินดีให้คำปรึกษากรมธรรม์ประกันชีวิต
 
 
 
 
 
line
ผู้เอาประกันควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครอง และเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัย ผลประโยชน์ เงื่อนไข ความคุ้มครองโดยละเอียดให้เป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
line
คนประกัน รับทำประกันภัยทุกชนิด
line
หน้าแรก  |  ผลิตภัณฑ์  |  ข่าวสารข้อมูล |  สาระความรู้ | ติดต่อเรา   
line
เว็บไซต์นี้มิใช่เว็บไซต์ของ บริษัท เอไอเอ จำกัด แต่เป็นเว็ปไซต์์ตัวแทนประกันชีวิตของเอไอเอ (ตัวแทนประกันชีวิต) บริษัท เอไอเอ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ต่อเว็บไซต์นี้
บริษัท เอไอเอ จึงไม่ต้องรับรอง และไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้นทั้งทางแพ่งและทางอาญาจากการใช้เว็บไซต์นี้ เว็บไซต์นี้มิให้ถือเป็นคำเสนอหรือการชักชวนให้ซื้อผลิตภัณท์เกี่ยวกับการ ประกันภัยในประเทศใด ๆ ต่อบุคคลใด ๆ ที่ไม่มีสิทธิตามกฎหมายในการกระทำดังกล่าวในประเทศนั้น ๆ หากเกิดความเสียหายใด ๆ ต่อบุคคลใด ๆ อันเนื่องจากเว็บไซต์นี้
Copyright © 2012 All Rights Reserved. by Konpakanpai     Tel. 094-5426619    Email : konpakanpai@gmail.com